abortion pill online pharmacy uk

buy abortion pill
ASEAN Connectivity: ความเชื่อมโยงระดับภูมิภาคอาเซียน

โดย 28 ธันวาคม 2553 19:17

...โอกาสและความท้าทายของธุรกิจไทย

    asean-dec04.jpg  
      หลังจากในปี 2550 ประเทศสมาชิกอาเซียนเห็นพ้องร่วมกันในการจัดตั้งประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) 
ประเทศสมาชิกอาเซียนได้มีความคืบหน้าหลายด้านในการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นประชาคมอาเซียนในปี 2558
ทั้งการลงนามใช้กฎบัตรอาเซียน การจัดทำแผนดำเนินการสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC Blueprint)
ซึ่งเป็นหนึ่งในสามเสาหลักของประชาคมอาเซียน จนกระทั่งล่าสุดในการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 17 ณ กรุงฮานอย
ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 29-30 ตุลาคม 2553 ที่ผ่านมา ที่ประชุมฯได้ข้อสรุปสำคัญอันหนึ่ง คือ การสร้างความเชื่อมโยง
ระหว่างกันในอาเซียน (ASEAN Connectivity) อันจะครอบคลุมทั้งการเชื่อมโยงทางด้านโครงสร้างพื้นฐาน การเชื่อมโยง
ด้านระบบ/กระบวนการทำงานต่างๆ และการเชื่อมโยงระหว่างประชาชนด้วยกัน
ASEAN Connectivity … เน้นความเชื่อมโยง 3 มิติ
      ที่ประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 17 นี้ ได้เห็นชอบร่างแผนแม่บทว่าด้วยความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน 
(Master Plan on ASEAN Connectivity: MPAC) เพื่อใช้เป็นยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างกันใน
อาเซียนปี 2554-2558 ทั้งนี้ MPAC ได้กำหนดการเชื่อมโยงครอบคลุม 3 มิติ คือ การเชื่อมโยงทางกายภาพ การเชื่อม
โยงองค์กร และการเชื่อมโยงประชาชน 
      • การเชื่อมโยงทางกายภาพ (Physical Connectivity) จะเน้นความเชื่อมโยงในด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านต่างๆ ทั้งโดย
การปรับปรุง/พัฒนาคุณภาพโครงสร้างพื้นฐานเดิมที่มีอยู่แล้วให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น และการขยายเครือข่ายโครงสร้าง
พื้นฐานให้ครอบคลุมทั่วถึงยิ่งขึ้น สำหรับยุทธศาสตร์การเชื่อมโยงที่สำคัญ อาทิ
         - การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ แผนแม่บท MPAC จะผลักดัน
โครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานด้านการคมนาคมทางบกที่สำคัญให้แล้วเสร็จ อาทิ โครงการ ASEAN Highway Network
(AHN) ซึ่งเป็นเครือข่ายเส้นทางถนนเชื่อมโยงประเทศสมาชิกอาเซียนเป็นระยะทางทั้งสิ้น 38,400 กิโลเมตร ซึ่งยังมีอีก
หลายจุดที่ขาดความเชื่อมโยง (Missing Link) โดยเฉพาะในพม่า และอีกหลายเส้นทางที่ยังไม่ได้มาตรฐาน นอกจากนี้
ยังมีโครงการ Singapore Kunming Rail Link (SKRL) ซึ่งเป็นเส้นทางรถไฟเชื่อมโยง 8 ประเทศ คือ เส้นทางหลักที่ผ่าน
6 ประเทศคือ สิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย กัมพูชา เวียดนาม และจีน (คุนหมิง) และมีเส้นทางแยกอีก 2 สาย คือ ไทย- สปป.ลาว
และไทย-พม่า ซึ่งยังมี Missing Link หลายจุดในกัมพูชา เวียดนาม พม่า สปป.ลาว และไทย สำหรับทางน้ำ แผนแม่บท
MPAC ได้กำหนดยุทธศาสตร์พัฒนาศักยภาพท่าเรือหลักสำหรับเครือข่ายการขนส่งทางทะเลในภูมิภาคอาเซียนไว้ 47 แห่ง
ซึ่งท่าเรือกรุงเทพและท่าเรือแหลมฉบังของไทยได้ถูกนับรวมไว้ในยุทธศาสตร์ดังกล่าวด้วย รวมทั้งยุทธศาสตร์ที่จะพัฒนา
ประสิทธิภาพของเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเส้นทางในอนุภูมิภาค ขณะที่ทางอากาศ จะเน้นในเรื่องการ
ปรับปรุงระบบการบิน/พัฒนาคุณภาพสาธารณูปโภคพื้นฐานรองรับการขนส่งทางอากาศให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
รวมถึงการพัฒนาเส้นทางบินใหม่ที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพรองรับการขยายตัวของการขนส่งทางอากาศในระดับภูมิภาค
         - การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อตอบสนองการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและบริการที่
รวดเร็วและมีประสิทธิภาพรองรับการขยายตัวทางการค้า รวมทั้งลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำที่เกิดจากความสามารถในการ
เข้าถึงข้อมูลข่าวสารและเทคโนโลยีระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไขเพื่อลดผลกระทบ
ที่จะบั่นทอนการเติบโตทางเศรษฐกิจและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันภายในประชาคมอาเซียน ทั้งนี้ หนึ่งในยุทธศาสตร์
สำคัญคือ การจัดตั้ง ASEAN Broadband Corridor ภายในปี 2557 เพื่อช่วยให้ประเทศสมาชิกอาเซียนเข้าถึงข้อมูลได้เช่น
เดียวกันก่อนเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558
         - การเชื่อมโยงเครือข่ายด้านพลังงาน เนื่องจากประเทศอาเซียนมีบทบาทสำคัญในการเป็นฐานการผลิตภาค
อุตสาหกรรมของโลก ทำให้ความต้องการพลังงานมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่หลายประเทศ โดยเฉพาะ
CLMV ยังไม่สามารถเข้าถึงพลังงานได้อย่างทั่วถึง แผนแม่บท MPAC จึงเน้นให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงพลังงาน
โดยอาศัยกรอบ ASEAN Power Grid (APG) และ Trans-ASEAN Gas Pipeline (TAGP) เป็นความเชื่อมโยงหลักเพื่อก่อให้
เกิดความมั่นคงด้านพลังงาน การเข้าถึงพลังงาน และความยั่งยืนด้านพลังงาน ภายในภูมิภาคอาเซียน โดยคำนึงถึง
ความปลอดภัยและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
      • การเชื่อมโยงองค์กร (Institutional Connectivity) เน้นการเชื่อมโยงในด้านระบบ/กระบวนการทำงานของหน่วยงาน
ต่างๆ อย่างมีประสิทธิผล โดยอาศัยความตกลงหรือความร่วมมือระหว่างกันที่จะนำมาซึ่งการดำเนินการในเชิงรูปธรรม ทั้งนี้
ปัจจุบันมีความตกลงหลายกรอบที่เอื้อต่อความเชื่อมโยงของระบบ แต่ยังไม่มีผลบังคับใช้และต้องปรับปรุงรายละเอียดให้
เกิดประโยชน์สูงสุดในทางปฏิบัติ อาทิ กรอบความตกลงอาเซียนว่าด้วยการอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าผ่านแดน
กรอบความตกลงอาเซียนว่าด้วยการอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าข้ามแดน และกรอบความตกลงว่าด้วยการขนส่ง
ต่อเนื่องหลายรูปแบบ
      ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เห็นว่า การเชื่อมโยงทางกายภาพและการเชื่อมโยงองค์กร นับเป็นกลไกที่จะช่วยสร้างความพร้อม
ในการก้าวสู่การเป็นประชาคมอาเซียน และควรได้รับการผลักดันความเชื่อมโยงทั้งสองด้านไปพร้อมๆกันเพื่อให้การเชื่อม
โยงมีประสิทธิผลสูงสุด โดยการเชื่อมโยงทางกายภาพจะช่วยสร้างความแข็งแกร่งด้านระบบโครงสร้างพื้นฐานภายในอาเซียน
ให้เข้มแข็งและเชื่อมโยงเข้าถึงกันมากยิ่งขึ้น จากเดิมที่มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานกระจายอยู่ภายใต้กรอบความร่วมมือ
ระดับอนุภูมิภาคหลายๆ โครงการ อาทิ กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) และกรอบความ
ร่วมมือพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่าย (อินโดนีเซีย - มาเลเซีย - ไทย) หรือ IMT-GT  ซึ่งทำให้หลายจุดขาดความเชื่อมโยง
กันและเป็นการลดทอนศักยภาพด้านการขนส่งคมนาคม ขณะที่การเชื่อมโยงองค์กรจะช่วยให้ระบบ/พิธีการ/ขั้นตอนต่างๆ
เป็นไปด้วยความราบรื่นมากขึ้น ลดปริมาณงานด้านเอกสารและลดระยะเวลาในการดำเนินการต่างๆให้น้อยลง  ซึ่งการพัฒนา
ความเชื่อมโยงทั้งสองด้านนี้จะก่อให้เกิดประสิทธิภาพในการเดินทาง/ขนส่งข้ามแดนระหว่างประเทศในอาเซียนมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติยังคงมีข้อจำกัดด้านระเบียบปฏิบัติระดับท้องถิ่น ซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ ดังนั้น
หน่วยงานภาครัฐของแต่ละประเทศ โดยเฉพาะหน่วยงานระดับท้องถิ่น ควรร่วมกันทำการศึกษาระเบียบปฏิบัติของแต่ละ
ประเทศ เพื่อให้เข้าใจและสามารถปรับปรุงขั้นตอนให้สอดคล้องและเอื้อต่อการขนส่งระหว่างกันมากขึ้น
      • การเชื่อมโยงประชาชน (People-to-people Connectivity) จะให้การส่งเสริมการเรียนรู้วัฒนธรรมและสังคมของ
ประเทศอาเซียน อาทิ การส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาของประเทศในอาเซียนเป็นภาษาที่สาม การถ่ายทอดหรือแลกเปลี่ยน
ระบบการศึกษาระหว่างกัน รวมถึงการส่งเสริมการเคลื่อนย้ายบุคคลโดยเสรี อาทิ การยกเว้นระบบวีซ่าระหว่างกัน
และการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในอาเซียนภายในปี 2555  ซึ่งน่าจะช่วยให้ประชาชนในภูมิภาคเรียนรู้และเข้าใจ
ประเทศร่วมกลุ่มอาเซียนได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นทั้งในด้านสังคมและวัฒนธรรม ซึ่งเอื้อต่อการปรับใช้ในทางธุรกิจเพื่อผลิต
สินค้าตอบสนองความต้องการผู้บริโภคในตลาดอาเซียนได้มากขึ้น และเกิดความไว้เนื้อเชื่อใจในการทำการค้าและ
การลงทุนระหว่างกันมากกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมโยงระหว่างประชาชนนับเป็นสิ่งท้าทายสำคัญประการหนึ่ง
ของสมาชิกอาเซียน เนื่องจากความหลากหลายด้านสังคม วัฒนธรรม ศาสนา และภาษา อาจทำให้ต้องอาศัยใน
การเรียนรู้และปรับตัวเข้าหากันพอสมควร
กองทุน AIF ...อีกหนึ่งกลไกขับเคลื่อนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในอาเซียน
      นอกเหนือจากการเห็นชอบแผนแม่บทการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียนแล้ว ที่ประชุมสุดยอด
อาเซียนครั้งที่ 17 ได้เห็นชอบการจัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคอาเซียน (ASEAN
Infrastructure Fund : AIF) ในรูปแบบของ Special Purpose Vehicle (SPV) โดยเบื้องต้นตั้งวงเงินกองทุนที่
600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนหนึ่งเป็นเงินทุนจากประเทศสมาชิกอาเซียนรวม 450 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และอีก
ส่วนหนึ่งเป็นเงินจากธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (Asian Development Bank: ADB) จำนวน 150 ล้าน
ดอลลาร์สหรัฐฯ และที่ประชุมฯได้ตั้งเป้าหมายว่าจะดำเนินการจัดตั้งกองทุน AIF ให้แล้วเสร็จภายในปี 2554 ทั้งนี้
การตั้งกองทุนดังกล่าวสะท้อนความมุ่งมั่นของประเทศสมาชิกอาเซียนในการขับเคลื่อน ASEAN Connectivity
ให้เป็นรูปธรรมและเป็นระบบมากขึ้น ซึ่งน่าจะช่วยสร้างความมั่นใจในการขับเคลื่อนแผนแม่บทดังกล่าวให้บรรลุ
เป้าหมายได้
โอกาสและความท้าทายของไทย
       ความคืบหน้าในการเห็นชอบร่างแผนแม่บทว่าด้วยการสร้างความเชื่อมระหว่างกันในอาเซียน นับเป็นสัญญาณ
ที่ดีสำหรับเส้นทางการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 เนื่องจากสะท้อนถึงการเตรียมพร้อมในด้านต่างๆ
อย่างเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ไทยเป็นหนึ่งในสมาชิกอาเซียนที่น่าจะได้รับผลประโยชน์จากความเชื่อมโยงระหว่าง
กันในอาเซียนค่อนข้างมาก ทั้งในด้านการค้าและการลงทุน ดังนี้
      • การส่งออกของไทยน่าจะได้อานิสงส์จากการเชื่อมโยงที่เข้าถึงกันมากขึ้นในภูมิภาคอาเซียน ในช่วง 10 ปีที่
ผ่านมา สัดส่วนการค้าภายในอาเซียนเทียบกับการค้าทั้งหมดของสมาชิกอาเซียนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากราวร้อยละ
21.0 ในปี 2541 เป็นร้อยละ 26.8 ในปี 2551 และร้อยละ 24.5 ในปี 2552 ทั้งนี้ ในช่วงเดือนมกราคม-ตุลาคม 2553
ไทยมีการส่งออกไปยังอาเซียน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 22.9 ของการส่งออกทั้งหมดของไทย เพิ่มขึ้นจากสัดส่วน
ร้อยละ 18.2 ในปี 2541 โดยประเทศอาเซียนที่ไทยส่งออกไปมากที่สุด คือ มาเลเซีย ประมาณร้อยละ 24 ของการ
ส่งออกไปอาเซียน รองลงมาคือ สิงคโปร์ (ร้อยละ 20.5) และอินโดนีเซีย (ร้อยละ 16.6)
      ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า สัดส่วนการส่งออกของไทยไปยังประเทศเพื่อนบ้าน 4 ประเทศ (มาเลเซีย กัมพูชา 
สปป.ลาว และพม่า) เทียบกับการส่งออกไปกลุ่มอาเซียนทั้งหมด มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น และเป็นการส่งออกผ่านชาย
แดนมากถึงร้อยละ 88.9 ของการส่งออกไปประเทศเพื่อนบ้านทั้ง 4 ประเทศในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2553
ขณะที่การส่งออกผ่านแดนไปยังประเทศเวียดนาม จีน (ตอนใต้) และสิงคโปร์ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 4.7
ของการส่งออกรวมไปทั้ง 3 ประเทศในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2553 จากร้อยละ 2.8 ในปี 2548 สะท้อนให้เห็น
ถึงการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมทางบกที่เชื่อมกันมากขึ้นระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างมีนัย
สำคัญต่อการส่งออกของไทย ดังเห็นได้จากภายหลังการเปิดใช้เส้นทาง R3A ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมจากไทยไป
ยังมณฑลยูนนาน (จีนตอนใต้) ช่วยให้การส่งออกสินค้าผ่านแดนจากไทยไปจีน (ตอนใต้) ขยายตัวเพิ่มขึ้นมาก
ราว 2 เท่าตัวจากปี 2550 ซึ่งเป็นปีที่เริ่มเปิดใช้เส้นทาง R3A และล่าสุดในช่วง 10 เดือนแรกปี 2553 ไทยยังคง
ได้เปรียบดุลการค้าผ่านชายแดนกับจีนเป็นมูลค่า 6,865.1 ล้านบาท ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์
      สำหรับสินค้าที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์ในการขยายตัวด้านการส่งออกไปประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ ยางพารา
และผลิตภัณฑ์ยางอื่นๆ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ อิเล็กทรอนิกส์และ
ชิ้นส่วน รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าอาหารอื่นๆ ส่วนสินค้าส่งออกผ่านแดนไปเวียดนาม สิงคโปร์และจีน
ตอนใต้ ที่น่าจะได้ประโยชน์ ส่วนใหญ่เป็นสินค้าเพื่อใช้ในการผลิตภาคอุตสาหกรรม เช่น ผลิตภัณฑ์เหล็กและ
เหล็กกล้า อุปกรณ์กึ่งตัวนำทรานซิสเตอร์และไดโอด รวมถึงสินค้ากลุ่มเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ
แผงวงจรไฟฟ้า และเครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ นอกจากนี้ การพัฒนาโครงข่ายสาธารณูปโภคด้านต่างๆ
ตามแผน MPAC จะทำให้ความต้องการสินค้าในกลุ่มวัสดุก่อสร้างและโลหะพื้นฐานขยายตัวมากขึ้นด้วย
      • ธุรกิจท่องเที่ยวได้รับอานิสงส์จากการเชื่อมโยง เอื้อให้เดินทางสะดวกและประชาชนเข้าถึงกันได้มากขึ้น 
ทั้งจากการคมนาคมที่พัฒนาและเชื่อมโยงถึงกัน ระเบียบ/ขั้นตอนต่างๆในด้านเอกสารและการปฏิบัติมีความยุ่งยาก
น้อยลง ตลอดจนต้นทุน/ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวที่ต่ำลง จะเป็นแรงดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั้งในอาเซียนและ
ประเทศนอกอาเซียน เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยมากขึ้น นอกจากนี้ ยังอาจช่วยดึงดูดให้นักท่องเที่ยว
ต่างชาติเลือกที่จะเดินทางด้วยการคมนาคมทางบกมากขึ้น เพื่อสามารถแวะแหล่งท่องเที่ยวตามเส้นทางที่ผ่าน
ไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้ ซึ่งจะมีส่วนให้ระยะเวลาการพำนักและการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติใน
ประเทศไทยเพิ่มขึ้น และจะเป็นโอกาสในการเพิ่มรายได้ด้านการท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆของประเทศ
      • นักลงทุนต่างชาติสนใจเข้ามาลงทุนในอาเซียนและไทยเพิ่มขึ้น ความพร้อมและเข้าถึงสาธารณูปโภคพื้นฐาน
เป็นปัจจัยสำคัญอันหนึ่งในการพิจารณาประกอบการลงทุนธุรกิจ/อุตสาหกรรมการผลิตต่างๆ เพราะสะท้อนถึงต้นทุน
และความราบรื่นในการดำเนินธุรกิจ/อุตสาหกรรม ดังนั้น เมื่ออาเซียนมีการปรับปรุงและพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐาน
และระเบียบต่างๆ จึงน่าจะเป็นปัจจัยเชิงบวกสำคัญที่จะดึงดูดให้นักลงทุนหันมาลงทุนในอาเซียนและไทยเพิ่มขึ้น
โดยเฉพาะประเทศคู่เจรจาทั้ง 6 ประเทศ คือ จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอินเดีย จากข้อมูลการ
ลงทุนจากต่างประเทศที่ขออนุมัติการลงทุน (Net Applications) จากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ของไทย
พบว่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ญี่ปุ่นเป็นประเทศผู้ที่สนใจลงทุน FDI รายใหญ่ที่สุดของไทย ขณะที่กลุ่มอาเซียน จีน
และเกาหลีใต้ มีโครงการลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง สำหรับสาขาอุตสาหกรรมที่ไทยน่าจะได้รับความสนใจลง
ทุนเพิ่มขึ้น คือ กลุ่มอุตสาหกรรมที่ไทยมีศักยภาพในการเป็นฐานการผลิตและส่งออก อาทิ อุตสาหกรรมยานยนต์
และชิ้นส่วน อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และส่วนประกอบ อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ และ
อุตสาหกรรมเกษตรและเกษตรแปรรูป รวมถึงสาขาโลจิสติกส์เพื่อรองรับการขยายตัวด้านโครงข่ายสาธารณูปโภค
พื้นฐานในภูมิภาคอาเซียน
      อย่างไรก็ตาม การเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียนยังมีประเด็นที่ท้าทายธุรกิจและหน่วยงานภาครัฐของไทย
หลายด้าน อาทิ
      • ยุทธศาสตร์ในแผนแม่บทการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียนอาจเร่งให้มีการลงทุนในประเทศ
อาเซียนเร็วขึ้นเพื่อช่วงชิงความได้เปรียบในตลาด แม้การสร้างความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียนจะสร้างโอกาส
แก่ธุรกิจในด้านการค้า-การลงทุนเพิ่มขึ้น แต่ก็ส่งผลให้ธุรกิจเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก
ทั้งจากประเทศอาเซียนและประเทศนอกอาเซียน  โดยเฉพาะจากกลุ่ม ASEAN+3 และ ASEAN+6 กอปรกับแผน
แม่บท MPAC ได้กำหนดยุทธศาสตร์และกรอบระยะเวลาไว้ค่อนข้างชัดเจน ซึ่งน่าจะเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับวางแผน
การลงทุนในประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อธุรกิจมากที่สุด ซึ่งเป็นไปได้ว่าในระยะ 1-2 ปีข้างหน้านี้
ธุรกิจไทยน่าจะเผชิญแรงกดดันจากการขยายการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติมากขึ้น
      • การเชื่อมโยงและเข้าถึงกันง่ายขึ้นในภูมิภาคอาเซียน อาจกดดันให้ธุรกิจเอสเอ็มอี ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ประกอบการ
ส่วนใหญ่ของไทย เผชิญความยากลำบากยิ่งขึ้นในการปรับตัวและรักษาส่วนแบ่งในตลาด ดังนั้น ผู้ประกอบการธุรกิจ
เอสเอ็มอีไทยจึงควรเร่งพัฒนาและปรับปรุงการผลิตสินค้าทั้งด้านต้นทุนและคุณภาพ เพื่อรับมือกับการแข่งขันที่
รุนแรงขึ้น ขณะที่หน่วยงานภาครัฐควรจะเร่งวางแผนทั้งในเชิงยุทธศาสตร์และเชิงปฏิบัติเพื่อบรรเทาผลกระทบที่อาจ
เกิดขึ้นกับธุรกิจไทย โดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอี
      บทสรุป  การสร้างความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียนหรือ ASEAN Connectivity เป็นเสมือนการก้าวเข้าใกล้
ความเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนมากขึ้น โดยเน้นความเชื่อมโยงครอบคลุมใน 3 มิติ มิติแรกคือ การเชื่อมโยง
ทางกายภาพ ซึ่งเน้นความเชื่อมโยงโครงข่ายสาธารณูปโภคพื้นฐานระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน ทั้งด้านการคมนาคม
การสื่อสารแลกเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ และเครือข่ายด้านพลังงาน ส่วนความเชื่อมโยงมิติที่สองคือ
การเชื่อมโยงองค์กร ซึ่งเน้นความเชื่อมโยงด้านระบบ นโยบาย และกระบวนการทำงานของหน่วยงานแต่ละประเทศ
ผ่านความร่วมมือ/ความตกลงในอาเซียน ซึ่งความเชื่อมโยงด้านนี้จะช่วยเอื้อให้ความเชื่อมโยงทางกายภาพสมบูรณ์
มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น สำหรับความเชื่อมโยงในมิติที่สาม คือ การเชื่อมโยงประชาชน เน้นการส่งเสริม
การเรียนรู้และเข้าใจวัฒนธรรมและสังคมในกลุ่มอาเซียนมากขึ้น เนื่องจากประเทศสมาชิกกลุ่มอาเซียนยังมีความ
หลากหลายทางวัฒนธรรม สังคม ศาสนา รวมถึงภาษา ซึ่งเป็นความท้าทายและต้องอาศัยเวลาพอสมควรในการพัฒนา
ผสมผสานให้เกิดความเชื่อมโยงด้านประชาชนในอาเซียน
      การสร้างความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียนนี้ น่าจะเอื้อให้ไทยจะได้รับประโยชน์ทั้งในด้านการค้าและการลงทุน 
โดยการส่งออกและการท่องเที่ยวของไทยจะได้รับประโยชน์จากเครือข่ายเส้นทางคมนาคมขนส่งที่เชื่อมโยงถึงกัน
โดยเฉพาะการคมนาคมทางบกเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน จีน(ตอนใต้) และสิงคโปร์ ซึ่งเป็นตลาดส่งออกของไทย
ที่มีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าการเชื่อมโยงด้านโครงข่ายการคมนาคมและการเชื่อมโยงด้านระเบียบ/ขั้นตอน
กระบวนการ จะช่วยให้เกิดความสะดวกในการเคลื่อนย้ายสินค้าได้คล่องตัว มีความยุ่งยากน้อยลง และอาจทำให้ใช้เวลา
ในการขนส่งน้อยลง จะอำนวยให้การส่งออกของไทยขยายตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่การเดินทางข้ามพรมแดนที่สะดวกรวดเร็ว
และเข้าถึงยิ่งขึ้น จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งจากประเทศในอาเซียนและนอกอาเซียน เดินทางเข้ามา
ท่องเที่ยวในไทยและภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น
รวมทั้งยังน่าจะดึงดูดให้นักลงทุนต่างชาติสนใจเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น
โดยเฉพาะในสาขาธุรกิจที่ไทยมีศักยภาพด้านการผลิตและส่งออก อย่างไรก็ตาม แม้การเชื่อมโยงเข้าถึงกันมากขึ้นนี้
จะสร้างโอกาสแก่ธุรกิจไทยในหลายๆด้าน ขณะเดียวกันก็เป็นความท้าทายสำหรับธุรกิจไทยที่จะปรับตัวรองรับการ
แข่งขันที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอีซึ่งเป็นธุรกิจส่วนใหญ่ของไทยที่อาจเผชิญแรงกดดันในการปรับตัว
ทั้งในด้านการผลิตทั้งด้านต้นทุนและคุณภาพ รวมถึงการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาสินค้ามากขึ้น
เพื่อสร้างจุดยืนในตลาด ขณะที่หน่วยงานภาครัฐควรเร่งวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ระยะสั้น-กลาง-ยาว เพื่อลดทอน
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นและเป็นแนวทางในการปรับตัวที่เป็นรูปธรรมต่อธุรกิจไทย
                                                                                     

จำนวนคนอ่าน 11416  คน

ความคิดเห็น

  • adhuyxu เขียน :

    CcIYiY , [url=http://zpohsovsmjsj.com/]zpohsovsmjsj[/url], [link=http://zpfzighddxrw.com/]zpfzighddxrw[/link], http://plkvyyorpihy.com/

  • Zelia เขียน :

    zoloft dreams

    zoloft teeth grinding tabletfolie.website
    Free info like this is an apple from the tree of kownledge. Sinful?

  • zgonorr เขียน :

    viagra na prodej

    viagra
    Mig2ad , [url=http://rgwmupelzqrg.com/]rgwmupelzqrg[/url], [link=http://ibltylacptbu.com/]ibltylacptbu[/link], http://tejcgitdgsnk.com/

  • bgqssvctft เขียน :

    sertraline alcohol reddit

    sertraline side effects oscarsotorrio.com
    xEN5qa , [url=http://srsuelnpwuca.com/]srsuelnpwuca[/url], [link=http://vkgkdqrdysfd.com/]vkgkdqrdysfd[/link], http://jmqpgjjxcevv.com/

  • Justis เขียน :

    acquistare cialis in contrassegno

    acquistare cialis 5 mg online
    Heck yeah this is exactly what I neeedd.

  • weerasak_tull@hotmail.com เขียน :

    การวางแผนเตรียมการของไทยต่อการเป็นประชาคมอาเซียน ดุเหมือนยังไร้ทิศทาง กลุ่ม SME และ การศึกษาไม่ได้วางแผนเตรียมความพร้อมด้ารบุคลากรเลยนะครับ โดยเฉพาะจังหวัดชายแดนที่มีอาณาเขตติดกับประเทศเพื่อนบ้านในทุกภูมิภาค

แสดงความคิดเห็น

:: โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางโลกการค้าออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวด

พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ มีตัวหนังสืออยู่ในรูปภาพนี้