definition of abortion

buy abortion pill
อรินทร์ จิรา ประธานที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน

โดย 30 ธันวาคม 2553 12:12

“คนไทยต้องพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน”

อรินทร์4.jpg

    ในปี 2558 ประเทศในกลุ่มอาเซียน ทั้ง 10 ประเทศ ได้แก่ บรูไน  มาเลเซีย สิงคโปร์ ไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ กัมพูชา
ลาว เมียนมาร์ และเวียดนามก็จะเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเรียกย่อๆ ว่า AEC โดยสมบูรณ์
       เป้าหมายก็คือให้ทั้ง 10 ประเทศเป็นตลาด และฐานการผลิตเดียวกัน โดยประชาชนในกลุ่มสมาชิก สามารถเคลื่อนย้ายสินค้า 
บริการ การลงทุน เงินทุน และแรงงานฝีมืออย่างเสรี เสมือนเป็นเป็นประเทศเดียวกัน
       ขณะที่แผนการดำเนินการเพื่อนำไปสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนกำลังเดินหน้าอย่างรีบเร่ง  แต่บรรยากาศทั้งภาครัฐ 
และประชาชนในแต่ละประเทศสมาชิกกลับเฉื่อย เนือย ไม่กระตือรือร้นที่จะโหมโปรโมทให้วาระสำคัญนี้ เป็นที่เข้าใจกันอย่างกว้างขวาง
       คุณอรินทร์ จิรา ประธานที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน ให้สัมภาษณ์ต่อ “โลกการค้า” ถึงท่าทีของนักธุรกิจไทย และคนไทยใน
การปรับตัวให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้
อยากทราบเป้าหมายในการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ให้ชัดเจน  จริงๆ แล้ว รวมกันแล้วจะมีประโยชน์
อย่างไร
      AEC เป็นการรวมตัวกันของ 10 ประเทศอาเซียน ที่จะรวมกลุ่มกันเพื่อให้ภูมิภาคนี้ มีความสามารถในการต่อรองกับประเทศกับ
คู่ค้าเราได้มากขึ้น เป็นความหวังที่จะทำภูมิภาคนี้มีเศรษฐกิจที่แข็งแรง ยั่งยืน และมีความเจริญเติบโตต่อไป
      สมัยนี้ ถ้าเราพูดถึงประเทศเดียวๆ ก็ลำบากที่จะสู้ในเวทีโลก การรวมตัวแบบนี้ก็เหมือนกับการรวมตัวของยุโรป ลาตินอเมริกา 
หรือทวีปอเมริกา
รูปแบบการรวมตัวเป็นอย่างไร
      หลักๆ ก็คือ อาเซียนต้องการให้มีแหล่งผลิตเดียว และเป็นตลาดเดียวในอาเซียน วัตถุประสงค์ก็คือต้องการให้มีการเคลื่อนย้าย
สินค้า บริการ การลงทุน  เงินทุน ให้มีเสรีภาพ มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งแรงงานฝีมือ ก็จะให้เคลื่อนย้ายอย่างมีเสรี ในกลุ่มประเทศ
สมาชิก อันนี้เราต้องเข้าใจว่าแรงงานฝีมือนี่ ไม่ใช่ว่าแรงงานทั่วๆไป แรงงานฝีมือนี่ น่าจะได้แก่หมอ ทนายความ หรือวิศวกร ก็
สามารถที่จะเข้าไปประกอบอาชีพในประเทศไหนในกลุ่มอาเซียนก็ได้
       การที่มีฐานการผลิต ตลาดเดียว เป็นการสร้างเสริมการแข่งขันให้ทัดเทียมกัน และลดช่องว่างเศรษฐกิจระหว่างกัน สุดท้ายก็จะ
เป็นการบูรณาการให้เข้ากับเศรษฐกิจของโลก แนวโน้มของโลกในขณะนี้ เราไม่สามารถแข่งขันได้ด้วยตนเอง การรวมตัวกันจะทำให้
เรามีศักยภาพสูงขึ้น แต่แต่ละประเทศก็ต้องมีกระบวนการเตรียมความพร้อมของตนเอง
แต่ประชาชนของแต่ละประเทศมีความพร้อมแค่ไหน
      เรื่องประชาสัมพันธ์เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ผมคิดว่าคนที่ศึกษาและเข้าใจเรื่องอาเซียนยังมีอยู่น้อย ประชากรของแต่ละประเทศ 
ควรจะได้รับข่าวสาร ข้อมูล เกี่ยวกับอาเซียนให้มากกว่านี้ ไปไหนมาไหน ถ้าถามเกี่ยวกับเรื่องอาเซียน เขาไม่เข้าใจเลย ไม่เคยได้
ยินเลย อันนี้ลำบาก เพราะฉะนั้น ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนก็ต้องช่วยกันประชาสัมพันธ์ ว่าอะไรคือประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
       ที่จริง เราลองเปรียบเทียบกับ อียู  ก่อนจะมาเป็นอียูก็เช่นเดียวกัน เขาใช้เวลานานพอสมควร แต่ผมคิดว่า การศึกษา และ
ความเข้าใจทางอาเซียน ของเราก็ยังเป็นระดับที่ยังไม่พัฒนาพอ ที่จะทำให้ความเข้าใจนี้ ซึมซับเข้าไปอยู่ในประชากรได้รวดเร็ว
อย่างทางฝั่งตะวันตก ผมคิดว่าเรื่องนี้ไม่สายเกินไปถ้าทางภาครัฐและภาคเอกชน ช่วยกันป้อนข้อมูลให้ประชาชนทั้งหลายทราบว่า
อะไรจะเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 2015 เกี่ยวกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
ชีวิตของประชาชนจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร
      ถ้าผมมอง ผมจะมองในด้านที่มันในแง่ดี คือทุกอย่างที่เราทำมานี้ จะทำให้ความเป็นอยู่ เศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ใน
อาเซียนดีขึ้น อันนี้แน่นอนเลย ถ้าเราดูง่ายๆ สมมุติว่าเราดูประเทศไทย ประเทศไทยเรามีประชากร ประมาณ 63 ล้านคน ถ้าเปิด
ตลาดนี้ จะมีประชากรประมาณกว่า 850 ล้านคน เราขายได้มากขึ้น ตลาดกว้างขึ้น การค้ามันก็จะเจริญเติบโตยิ่งขึ้น ทุกอย่าง
ต้องดีขึ้น ความเป็นอยู่จะดีขึ้น
       แต่สำคัญก็คือ เราต้องมีความพร้อม เราจะต้องมีพัฒนาการเรื่องเกี่ยวกับบุคลากร วิธีการทำงาน วิธีเพิ่มมูลค่าเพิ่มของ
ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เราทำ เวลานี้ อะไรก็แล้วแต่ ทำแต่เมืองไทย เราก็ต้องดูว่าวัตถุดิบต่างๆ ในประเทศอื่นในอาเซียนถูกกว่า
ทำไมเราไม่ไปตั้งโรงงานที่โน่น เพราะว่าอีกหน่อย ภายในปี 2015 ในประเทศอาเซียนทั้ง 10
นี้ เราจะไปตั้งโรงงานที่ไหนก็ได้ วัตถุดิบที่ไหนถูกว่า เราก็ไปอยู่ที่นั่น แรงงานถูกกว่า เราก็ไปอยู่ เราสามารถตั้งโรงงานของเรา
ที่ไหนก็ได้ ใน 10 ประเทศ และช่วยกันผลิต ช่วยกันขาย
เราจะแข่งกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนไหวหรือ
       เรื่องนี้สำคัญ เพราะเราคิดว่าเราจะแข่งขันกับประเทศพื่อนบ้านเราอย่างไรดี ทีนี้เราต้องคิดว่า เมื่อเรารวมกันแล้ว เราต่างคน
ต่างทำสิ่งที่ตัวเองถนัด ถ้าเราทำแบบนั้นแล้ว ฃ่วยกันทำ สร้างประชาคมเศรษฐกิจเป็นหนึ่งเดียวกัน เราจะต่อรองกับคู่ค้าเราได้
ง่ายกว่าที่เป็นประเทศเดี่ยวๆ
แสดงว่าเราต้องไม่มองประเทศอาเซียนว่าเป็นคู่แข่ง แต่เป็นพันธมิตร คู่ค้าที่ช่วยกันพัฒนาอุตสาหกรรม ให้เติบโต
ไปด้วยกัน
       ถ้าที่ไหนที่เราคิดว่าจะทำให้ต้นทุนของเราต่ำลงไปได้ เราก็ไปอยูที่นั่น อันนี้มันจะดี เพราะถ้าเรามี 10 ประเทศร่วมกัน
Economy of Scale มันจะใหญ่ สินค้าจะถูกลง เพราะตอนนี้เรื่องมาตรการทางภาษี ก็พยายามที่จะให้มันลดเป็นศูนย์ ถ้าไม่มี
ภาษีทุกอย่างก็จะถูกลง  มาตรการที่เรียกว่า non-tariff Barrier พวกนี้เราพยายามที่จะยกเลิกไป ทุกอย่างจะได้เคลื่อนย้ายกัน
อย่างมีประสิทธิภาพ
 
รัฐบาลในแต่ละประเทศจะต้องเร่งดำเนินการในเรื่องใดบ้าง เพื่อให้เป้าหมายของ AEC บรรลุผลสำเร็จ
       เรื่อง Infrastructure พวกสาธารณูปโภค ต้องทำให้เร็ว การคมนาคมภายใน 10 ประเทศนี้ มันจะได้ไปได้ดี อันที่จริงแล้ว
เราน่าจะทำมานานแล้ว
       ผมคิดว่าทางภาครัฐกำลังเร่งทำระบบคมนาคมให้เชื่อมถึงกัน แต่ภาคเอกชนเรามองไปแล้วก็ยังรู้สึกว่าไม่ทันใจเรา แต่ว่า
ของพวกนี้เราต้องมีการร่วมมือกันทั้งภาครัฐและภาคเอกชน
        เราต้องคิดอย่างนี้ว่าทางภาครัฐ แน่นอนเขาก็อยากให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วม อาจจะไม่ค่อยทั่วถึงเท่าไร แต่ภาครัฐก็ควร 
เราจะเอาข้อมูล หรือภาคเอกชน อะไรบ้าง จะมาช่วยให้ทำทุกอย่างไปได้ดี ได้เร็ว สะดวก ภาคเอกชนก็ต้องตระหนักดีว่า อะไร
ก็แล้วแต่ที่ทำให้เราได้ประโยชน์ เราก็ต้องไปเสนอให้ช่วยกันทำ ของพวกนี้ ผมคิดว่าถ้าเราช่วยกัน สิ่งที่สำคัญก็คือ ถ้าคิดว่า
ผลประโยชน์ของประเทศต้องมาก่อน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะเกิดขึ้นลำบาก แต่ถ้าเราดูผลประโยชน์ของประเทศชาติให้
มันพอประมาณ แต่ดูผลประโยชน์รวม ของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเป็นหลัก ผมว่าน่าจะดีกว่า แล้วในที่สุด จะกลายเป็น
win win situation ทุกคน และทุกประเทศก็จะได้ประโยชน์ไปด้วย
แสดงว่านักธุรกิจแต่นี้ไป จะไม่ได้มองแค่ตัวเอง จะต้องมองถึงว่าประเทศรอบข้างเราอีก 9 ประเทศด้วย
       ถ้าเราดูไปไกลๆ ถ้าเรารวมกันแล้วทุกอย่างมันใหญ่ขึ้น ความเจริญเติบโตในธุรกิจของเราไปได้ดีแน่ วิธีการก็คืออย่ามอง
เฉพาะแคบๆ ในประเทศเราเอง 10 ประเทศมารวมกันนี่ วิธีการก็คือ สร้างเสริมเศรษฐกิจใน 10 ประเทศนี้ ไปได้ดี แข่งกับคู่ค้า
ที่อยู่นอกภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แต่ต้องมองว่าอาเซียนจะไปด้วยกันได้ดีเพียงใด
       อันนี้ก็เป็นหลักการที่เราควรจะคิด เราต้องไม่คิดว่าเราเสียอะไร เราจะต้องคิดว่าเราจะได้อะไร แล้วจริงๆ ได้มากกว่าเสีย
แน่นอน
 
แต่ข้อเท็จจริงก็คือ การรวมตัวกันจะมีอุตสาหกรรมบางประเภทได้รับผลกระทบ
       เราต้องคิดอย่างนี้ วิธีการที่มันทำให้มีการแข่งขันมากขึ้น เราก็ต้องพยายามปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น อันนี้
จะทำให้เราสามารถเข้าไปพัฒนาบุคลากรของเราให้ดีขึ้น อาจจะมาคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะทำให้เราสามารถที่จะแข่งขันได้
ดียิ่งขึ้น อันนี้ จะทำให้เราตื่นตัวว่าจะทำให้เราควรจะทำอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ ในภาวะที่การแข่งขันมันจะมีความเข้มข้น
มากขึ้น ถ้าเรามัวแต่คิดว่าเราจะเสียตรงนี้ จะเสียตรงนั้น เราไปไม่ได้ไกลหรอกครับ เราต้องคิดว่าเราจะทำอะไรให้ดีกว่าวันนี้
พยายามที่จะพัฒนาบุคลากรของเรา พยายามที่จะดูซิว่า วัตถุดิบที่ไหน ถูกกว่า มีประสิทธิภาพดีกว่า เราใช้ที่นั่น เวลานี้เราต้อง
ดูภาพรวม ถ้าเรามานั่งคิดแล้วกังวลอย่างเดียว แล้วเราจะไปได้ยังไง
นอกจากเรื่องการค้าการลงทุน ด้านอื่นๆ ในอาเซียน เราจะเสียเปรียบเขาไหม
       ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การเมืองคงไม่เกี่ยว แต่มันก็ต้องอยู่ในนั้นด้วยบ้าง แต่มาพูดถึงเรื่อง
การเงินการคลัง ผมคิดว่ามันก็มีส่วนร่วม
      เพราะการเปิดบริการด้านการเงิน เราพูดถึงเมืองไทย เราอาจจะเสียเปรียบนิดหน่อย เพราะถ้าคุณดูประเทศสิงคโปร์ 
มาเลเซีย เรื่องการเงินเขาแข็งแรงกว่าเรา แต่เรื่องพวกนี้ไม่เห็นจะเป็นอุปสรรคอะไรเพราะเราสามารถเรียนรู้ไปกับเขา
เขาก็สามารถมีบุคลากรมาช่วยแนะนำเรา อีกหน่อยเราก็สามารถพัฒนาได้เท่าๆ กับเขา ต้องมองว่าทุกอย่างจะเป็นการให้เรา
ไปสู่ความสำเร็จ มีประสิทธิภาพดีมากขึ้น ในการทำงานทุกๆ อย่าง ด้านสินค้า ด้านบริการ ด้านเกษตรกรรม เราต้องคิดว่ามัน
จะดีกว่าสิ่งที่อยู่ในปัจจุบัน
แสดงว่าเราต้องเรียนรู้ประสบการณ์ของเพื่อนบ้าน และเติบโตไปพร้อมกับเขา 
       ที่จริงเราทำพร้อมๆ กัน คือ เกาะกระแสการเจริญเติบโตของเพื่อนบ้านด้วย และนำเขาด้วย เขาเรียกว่า ใน 6 ประเทศ
แรกที่ก่อตั้งอาเซียน เราก็มีความสำคัญอย่างมากในหมู่ประเทศอาเซียน เรามีอะไรที่เหนือกว่าประเทศเพื่อนบ้านเยอะพอ
สมควรเราก็นำเขาไป และก็เรียนรู้ สิ่งที่ดีๆ ที่เวลานี้ มีขึ้นมาก็สามารถเกาะกระแสได้
การค้าระหว่างกันเมื่อเราเป็นประชาคมเศรษฐกิจแล้ว แม้ว่าเราจะไม่ได้ก้าวไปถึงการใช้เงินสกุลเดียวกัน แต่
การค้าหลายครั้งเราก็ยังใช้ดอลล่าร์บ้าง ยูโรบ้าง เป็นไปได้ไหมที่ใช้เงินสกุลท้องถิ่นในการค้าขาย
       ผมว่าเงินสกุลเดียวในอาเซียนต้องใช้เวลาอีกนาน แต่ว่าสกุลไหนแข็งอาจจะเปลี่ยนมาก็ได้ จริงๆ แล้วเรามีความเคย
ชินกับยูเอสดอลล่าร์ ยูโรบ้าง จริงๆ แล้วเรื่องสกุลเงิน ผมว่าก็ไม่ได้มีความสำคัญมากเท่าไร ตราบใดที่เราสามารถจะใช้สกุล
กลางที่เรายอมรับกันได้ ถ้าคุณดูประเทศลาว ถ้าเราไปไหนในประเทศลาว เขาต้องการเงินบาทไทยนะ เงินบาทใช้ได้สบาย
สิงคโปร์เขาก็ยอมรับเงินบาท แต่เงินสิงคโปร์เขาก็แข็งแรง
 
ถึงปี 2015 คิดว่าจะมีประเทศไหนในอาเซียนที่ยังไม่พร้อมบ้างไหม
       ถ้าให้ผมคาดเดา มันคงต้องมี เพราะผมคิดว่าการขับเคลื่อนของอาเซียนไปถึงปี 2015 ถ้าเราดูภาพรวมแล้วยังช้าอยู่
นี่เหลือแค่ 4 ปี ผมคิดว่ามัน ไม่ใช่ของง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเราพูดถึงประเทศที่ด้อยพัฒนากว่าเรา อย่างเช่น CLMV
คือ กัมพูชา ลาว เมียนม่าร์ เวียดนาม จริงๆ แล้ว เวียดนาม ผมคิดว่าเขาแซงประเทศไทยไปแล้ว เพราะประเทศไทยเรา
มัวแต่ทะเลาะกัน ดังนั้นเวียดนามเขาค่อยๆ เดิน และไปไกลกว่าเรา ถ้าเราดูภาพรวมแล้วเป็นไปได้ที่บางประเทศยังไม่พร้อม
แต่หวังว่าทุกอย่างจะผ่านเกณฑ์ 80% ขึ้นไป
โอกาสที่ไทยจะไม่พร้อมมีไหม
       ผมคิดว่าโอกาสที่ประเทศไทยไม่พร้อมก็มี แต่ประเทศไทยจะต้องแข็งขัน และบอกว่าฉันพร้อม เพราะว่าประเทศไทย
เป็นหนึ่งในเสาหลักที่สร้างขึ้นมา เพราะฉะนั้น เราต้องสร้างให้มันพร้อม ที่บอกว่าประชาชนส่วนมากยังไม่เข้าใจ อันนี้จริง
ผมคิดว่าการประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนทั้งหลายทราบเกี่ยวกับอาเซียน ไม่ยาก แต่ผมยังไม่เห็นวิธีทำที่ผมเคยพูดไปแล้ว
คือ เราน่าจะทำโปสเตอร์ ซึ่งมีข้อมูลเกี่ยวกับอาเซียนสัก 2 แผ่น แผ่นใหญ่ๆ มีโลโก้อาเซียน และเอาข้อมมูลอันนี้ ไปติดไว้
ที่สถานีขนส่ง สายใต้ สายเหนือ สถานีรถไฟ ทั่วประเทศ คนทั่วไปที่เดินทางไปมาจะเห็นข้อมูลนี้ บางคนไม่ทราบว่าอะไร
กลับไปถามลูกหลาน มันก็จะแพร่หลายไปเรื่อยๆทุกคนก็จะรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในปี 2015แล้วโลโก้กลมๆนี่คืออะไร
       อันนี้ผมคิดว่าถ้าทำแล้วจะดีมากเพราะเป็นวิธีเดียวที่จะสามารถแพร่กระจายข้อมูลเกี่ยวกับอาเซียนไปสู่ประชาชนใน
ระดับรากหญ้าเขาจะรู้เรื่อง อย่างน้อยก็เห็นโลโก้ อะไรจะเกิดขึ้นบ้าง ถ้ามันประสบความสำเร็จผมคิดว่าทุกประเทศในอาเซียน
ทำได้ ไม่ยากเลย ถ้าเขาบอกว่าเผยแพร่ข้อมูลนี้ในโทรทัศน์อาเซียน ใครจะเข้าไปดู ผมคิดว่าน่าจะทำในทุกประเทศ
เพราะประชากรประเทศไทยกว่า 60 ล้านคน ฟิลิปปินส์ กว่า 90 ล้านคน เวียดนามก็ 90 กว่าล้าน พม่า 60 ล้านคน อินโดนีเซีย
250 ล้านคน วิธีการกระจายข้อมูลไม่ได้ทำได้ง่ายแต่ผมคิดว่าการมีข้อมูลไปอยู่ตามสถานีขนส่ง สถานีรถไฟ สนามบิน มัน
สามารถจะเผยแพร่ได้ดีกว่า
       ถ้าคุณไปดูของทางอียู คุณจะเห็นว่าในสถานทูตของอียูที่อยู่ตามประเทสต่างๆ เขาจะมีธง 2 อัน ธงของประเทศของเขา 
และธงอียู ทำไมเราทำแบบนั้นไม่ได้ คนจะได้เห็น นี่ธงประเทศไทยคู่กับธงอาเซียน คนจะรู้ว่านี่มันคืออะไร
การประชาสัมพันธ์ยังอ่อน
       ทางสำนักงานอาซียนที่จาร์การ์ตา ก็พยายามที่จะส่งเสริมในการทำให้โลโก้ ของอาเซียน ให้เห็นง่ายขึ้น ก็รอดูต่อไป 
แต่เวลาเราเหลืออยู่อีกไม่มากแล้ว อีกแค่ 4ปีเท่านั้น
ประชาชนจะได้ผลดีและผลเสียอย่างไร  ในการเป็น AEC คนไทยจะโดนแย่งงานหรือเปล่า
       ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เราต้องมีการปรับตัวเพื่อรอรับปี 2015วิธีการทำงานต้องดีขึ้น ต้องมีประสิทธิภาพมากกว่านี้ 
คนเราถ้าไม่มีการแข่งขัน มาอยู่ข้างตัวเรา เราอาจจะนั่งเฉยๆ สบายๆ ไม่มีประโยชน์ ถ้าเรื่องนี้เกิด จะทำให้เราเกิดการตื่นตัว
มากขึ้น พัฒนาระบบการทำงานของตัวเองให้ดีขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น อันนี้เป็นเรื่องสำคัญ ถ้าเรานั่งเฉยๆ คนอื่นเขาไป
ข้างหน้าเรา เขาสบายกว่าเราเยอะเราต้องคิดแบบนี้ ถ้าเรามานั่งคิดว่าถ้าเราโดนแย่ง แล้วเราจะทำอย่างไร อย่าร่วมกับเขาเลย
อันนี้ยิ่งแย่
       เราต้องเปิดสู่โลกภายนอก ติดต่อทำการค้า ทำธุรกิจกับโลกภายนอกได้สะดวกยิ่งขึ้น อันนี้เป็นเรื่องสำคัญ ไม่เช่นนั้น
เราก็นั่งอยู่ในกรอบแค่นี้ เหมือนอยู่ในกะลาก็ไม่รู้อะไรมาก ก็อยู่แค่นี้ ก็คนเขาก้าวไปมากกว่าเรามาก เขาเจริญเติบโตไป
มากกว่าเรามาก เราก็ได้แต่นั่งมองแล้วอิจฉา เราไม่ได้อะไร ฉะนั้นเราต้องผลักด้วยตัวเอง
เพื่อให้แข่งขันได้ คนไทยต้องเตรียมตัวอย่างไร
       ผมคิดว่าทักษะที่สคัญที่คนไทยต้องปรับตัวคือ เรื่องภาษา เป็นเรื่องสำคัญ ถ้าเรามองไปที่เอกสารหรือการก่อตั้งอาเซียน 
จะเขียนชัดเลยว่า ภาษาที่ใช้เป็นภาษาอังกฤษ จริงๆเรารู้เรื่องนี้มาตั้งแต่ 40ปีที่แล้ว เพราะฉะนั้นการเรียนภาษาอีกภาษาหนึ่ง
ผมคิดว่าเป็นเรื่องจำเป็นอย่างมากโดยเฉพาะประเทศไทย ถ้าเรามีอีกภาษาหนึ่งเป็นภาษาอังกฤษที่จะเรียนควบคู่กันไปผมคิดว่า
จะทำให้เราสามารถที่จะติดต่อกับโลกภายนอกได้ง่ายขึ้นมาก ทุกคนพูดเรื่อง Globalization แต่ทำไมเราไม่มาดูว่าภาษาของเรา
มีเฉพาะไม่กี่ประเทศที่เข้าใจเรา น้อยมาก แต่ถ้ารู้ภาษาอังกฤษ ผมคิดว่าเราจะไปได้ไกลกว่านี้เยอะ เราดูง่ายๆ ประเทศเพื่อน
บ้านในอาเซียน แค่ประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย แม้แต่อินโดนีเซีย ก็พูดภาษาอังกฤษได้ดี
       ผมคิดว่า รัฐบาลต้องไปดูเรื่องนี้ ให้ไกล้ชิดมากยิ่งขึ้น ถึงเวลาหรือยังที่เราจะให้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง เราอย่าไป
ห่วงว่าเราจะลืมภาษาไทย  ไม่จริงหรอกครับเราอยู่ในประเทศไทย
ถ้าเราปรับตัวไม่ทัน จะมีต่างชาติเข้ามาแย่งงานเรา
       อันนี้เป็นไปได้ ซึ่งผมคิดว่าเวลานี้เรายังมีเวลา ที่จะเรียนรู้เรื่องภาษา และวิธีการทำงานปรับตัวไปตามเทรนด์ ถ้าคนประเทศ
อื่นเขาจะเข้ามาทำงานคล้ายๆกับเรา เราก็ไม่ต้องกลัว และไม่ต้องเป็นห่วง เราต้องพยายามปรับตัวเรา สร้างทักษะให้ดีขึ้น พัฒนา
การทำงานของเราเรียนรู้อะไรให้มากขึ้น แล้วไม่ต้องห่วง
       ทำไมไม่มองด้วยว่า เราสามารถไปทำงานในประเทศอื่นได้ด้วย เช่นเราดูในเวลานี้ ผลตอบแทนเงินเดือนในสิงคโปร์
มาเลเซีย เขาก็มากกว่าเรา ถ้าเรามีความสามารถที่ไปทำงานในประเทศเขา ชีวิตของเราก็อาจจะดีขึ้น
       เรามองแต่ว่าคนจะมาแย่งเรา ทำไมเราไม่มองว่าถ้าเราเก่ง เราก็ไปแย่งเขาได้เหมือนกัน อย่างหมอของเราก็เก่ง มีคน
ประเทศอื่นๆ มาเมืองไทยก็จะมาหาหมอ และไม่แพงอย่างประเทศอื่นๆ
อุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบ
       ผมคิดว่าอุตสาหกรรมบริการคงได้รับผลกระทบบ้าง เช่นด้านการท่องเที่ยว ด้านโรงแรมคงไม่กระทบมาก เพราะมันเป็น
โอกาสดีที่เราสามารถทำได้มากกว่านี้ ทางด้านบริการที่จะได้รับผลกระทบก็คงเป็นด้านการเงิน เพราะเรื่องการเงินไทยเรายังสู้
สิงคโปร์ มาเลเซียไม่ได้แต่เราก็สามารถเรียนรู้ได้
อุตสาหกรรมการผลิตต่างๆ
       แรงงานที่จะเคลื่อนย้ายไปมาสะดวก ได้แก่แรงงานฝีมือ ไม่ใช่แรงงานทั่วไป แรงงานที่จะข้ามไปข้ามมาได้อย่างเสรี
จะเป็นพยาบาล หมอ ทนายความ สถาปนิก แต่แต่ละประเทศคงจะทำให้แรงงานระดับล่างสามารถที่จะทำงานได้หลายๆอย่าง
แรงงานพวกนี้ฝึกอบรมเขาในเรื่องเครื่องนุ่งห่ม ชิ้นส่วนยานยนต์ อาหาร เพราะถ้าเกิดระยะหนึ่งอุตสาหกรรมอาหารมีปัญหา
ไม่มีใครจ้าง ก็สามารถทำด้านชิ้นส่วนยายนต์ได้ ไม่ควรชำนาญเฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เพราะจะเป็นปัญหาถ้าเกิดวิกฤติการณ์
ของอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง เช่นอุตสาหกรรมอาหารเกิดปนเปื้อนจะทำให้เกิดตกงาน วิธีการก็คือบุคลากรพวกนี้
เราต้องพยายามอบรมให้ทำได้หลายๆอย่าง
นักลงทุนควรมองหาลู่ทางลงทุนในอาเซียนมากขึ้น
       อันนี้แน่นอน ถ้าเรารู้ว่าวัตถุดิบที่ไหนถูกกว่า เราควรตั้งโรงงานอยู่ที่นั่น แล้วเราไม่ต้องห่วงว่าเราจะมีปัญหาที่จะเสียเปรียบ
ได้เปรียบ ถ้าเราไปทำที่โน่น ในประเทศในอาเซียน วัตถุดิบถูก แรงงานอาจจะถูกกว่าเราด้วยซ้ำไป ทุกอย่างที่ทำมา ธุรกิจก็
จะประสบความสำเร็จด้วยดี ถ้าเรามีฐานการผลิตชิ้นส่วนในประเทศอื่นที่ถูกกว่า เราก็ผลิตแล้วก็ส่งไปประกอบที่โรงงานที่ส่งออก
ที่สะดวกที่สุด ของพวกนี้ ถ้าเรามานั่งคิดเป็นขั้นเป็นตอน ไม่ยาก
ถ้าเราดูจุดที่ตั้งของประเทศไทย เราน่าจะเป็นยุทธศาสตร์ได้ดีกว่าหลายประเทศ
       ถ้าดูดีๆ ประเทศเราได้เปรียบ เราอยู่ตรงศูนย์กลางของอาเซียน อย่างฟิลิปปินส์ จะลำบาก เพราะต้องข้ามน้ำข้ามทะเล 
ของเราเป็นศูนย์กลางของอาเซียนก็ว่าได้ วิธีทำก็คือ เราต้องสร้างสาธารณูปโภคให้ครอบคลุมไปในอาเซียน ประเทศ
เพื่อนบ้านให้รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น การคมนาคมและการติดต่อสื่อสารกับประเทศในอาเซียนจะได้มีประสิทธิภาพ
ดียิ่งขึ้น อันนี้ ผมคิดว่าเป็นความได้เปรียบที่เราควรรับรู้ไว้ จริงๆ ตามที่ศึกษาเรื่องภูมิภาคแถบนี้เขาก็รู้ว่าประเทศไทย เราได้เปรียบ
       เราต้องไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง ถ้าเราพยายามสร้างให้มีมูลค่าเพิ่มในสิ่งที่เราทำ มันจะดี อันนี้เป็นการช่วยเหลือ ไม่ใช่
เฉพาะประเทศไทยเราอย่างเดียว แต่ช่วยเหลือภูมิภาคในเขตของอาเซียนเติบโตไปอย่างดี
       ถ้าเราดูเหตุการณ์ในโลกเวลานี้ ปัญหาในอเมริกาเยอะแยะ ปัญหาในยุโรปก็มาก ปัญหาในญี่ปุ่นก็เยอะ เวลานี้พวกคู่ค้า
ของเรา ทั้งของไทยและอาเซียน เขาอยากจะมาคุยกับอาเซียน เพราะเขารู้ว่าอาเซียนกำลังจะเป็นประชาคมที่ผนึกกันได้แน่น
พอสมควร มีคนเกือบ 600 ล้านคน ผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการค้าการลงทุน ใครๆ ก็อยากมาคุยกับเรา
       มันถึงได้เกิด ASEAN+1, ASEAN+3, ASEAN+6 คู่ค้าต่างอยากจะมาคุยกับอาเซียน ผนึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน 
มีอำนาจต่อรองได้มาก ไม่ใช่เฉพาะภูมิภาคในอาเซียนเท่านั้น แต่ทั้งโลก
การค้าระหว่างกันจะเพิ่มมากขึ้น
       การส่งออกจะมากขึ้นแน่นอน ตอนนี้เราทำธุรกิจในอาเซียนด้วยกันมีเพียง 25% ของการค้าทั้งหมด ซึ่งยังมีช่องางที่เรา
จะขยายได้มากกว่านี้มาก ปี 2008 เรามีสถิติทำการค้าระหว่างอาเซียนกันเองประมาณ 26% ปี 2009 ลดลงนิดหน่อย แต่เวลานี้
เราต้องการให้มีการทำการค้ากันมากขึ้น มากกว่า 25% ซึ่งยังมีช่องทางอีกมากมาย และในเวลาเดียวกัน เราก็สามารถทำการค้า
กับคู่ค้าของเรา อย่างยุโรป อเมริกา จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลี ได้มากขึ้น

จำนวนคนอ่าน 5040  คน

ความคิดเห็น

  • hnkfxkdjk เขียน :

    YT3U0b , [url=http://dgzowippxtpp.com/]dgzowippxtpp[/url], [link=http://lpxwcyqlqzzx.com/]lpxwcyqlqzzx[/link], http://pwolgkdgpjja.com/

  • ilgofcpx เขียน :

    sertraline alcohol interactions

    sertraline reviews peider.dk
    FsX0I5 , [url=http://kimmugwchmup.com/]kimmugwchmup[/url], [link=http://agtadzkbmbgs.com/]agtadzkbmbgs[/link], http://blhaojeriaii.com/

  • Kayleigh เขียน :

    acquistare cialis 5 mg online

    cialis generico
    Wait, I cannot fathom it being so straightfrowrad.

แสดงความคิดเห็น

:: โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางโลกการค้าออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวด

พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ มีตัวหนังสืออยู่ในรูปภาพนี้