paroxetine avis

paroxetine vidal
เฉลิมพล ปุณโณทก เสกสรรหุ่นยนต์พันธุ์ไทยสู่ตลาดโลก

โดย ปรีดิ์ เกษม 30 ธันวาคม 2553 15:25

เมื่อพูดถึงประเทศผู้ผลิตหุ่นยนต์ ใครต่อใครก็ต้องนึกถึงญี่ปุ่น เพราะเจ้าหุ่นยนต์ “อาซิโม” ที่ฮอนด้าปล่อยออกมาวาดลวดลายให้โลกได้เห็นความสามารถที่ใกล้จะคล้ายมนุษย์ไปทุกทีแล้ว ขณะเดียวกัน หากมีใครสักคนมาบอกว่า ตอนนี้คนไทยกำลังจะผลิตหุ่นยนต์ออกขายในตลาดโลก คนฟังคงทำสีหน้าไม่เชื่อถือ หรือไม่ก็ระเบิดเสียงหัวเราะเยาะออกมาอย่างเปิดเผย ด้วยคิดเป็นเรื่องที่อยู่ไกลเกินฝันสำหรับพวกเรา


 เฉลิมพล-ดินสอ.1.jpg
            
      แต่จะเชื่อหรือไม่ ถ้า “โลกการค้า” จะบอกว่ามันเป็นเรื่องจริง
      ซึ่งเราจะไปพบกับ คุณเฉลิมพล ปุณโณทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีที เอเชีย โรบอติกส์ จำกั
ผู้สร้างหุ่นยนต์ ชื่อ “ดินสอ” หน้าตาน่ารัก น่าเอ็นดู ออกโชว์ตัวตามงานอีเว้นท์ต่างๆ รับทรัพย์ค่าตัวเลี้ยงเจ้าของ
มาพอสมควรแล้ว
       คุณเฉลิมพล เล่าถึงความเป็นมาก่อนจะมาผลิตหุ่นยนต์ในเชิงพาณิชย์ว่า เดิมบริษัท ซีที เอเชีย ทำซอฟท์แวร์
ด้านคอลล์เซ็นเตอร์มาแล้ว 14 ปี ซึ่งเป็นความใฝ่ฝันเมื่อครั้งยังเรียนด้านการตลาด ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แล้ว
ไปต่อปริญญาโททางด้านบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ ที่อเมริกา
      “เมื่อเรียนจบ ผมไปเป็นนักการตลาด ที่ยูนิลีเวอร์ และที่โลตัสซุปเปอร์เซ็นเตอร์ของซีพี คิดมาตลอดว่าเราจะทำ
อะไรให้ประเทศชาติดี ผมประเภทมีอุดมการณ์ ชาตินิยม อยากจะทำอุตสาหกรรมแห่งอนาคตให้เมืองไทย  ก็เลยลง
เอยที่จะทำซอฟท์แวร์  จริงๆ แล้วคิดไว้ 2-3 อย่าง ด้านรถยนต์ ด้านซอฟท์แวร์ และด้านไบโอเทค  แต่พอเริ่มสืบเสาะ
หาโอกาส ไปได้งานที่จีอี สำนักงานใหญ่ พอเข้าไปในจีอีก็เริ่มสืบเสาะตามแผนของเรา หนึ่งในนั้นก็เจอเรื่อง
คอลล์เซ็นเตอร์ซอฟท์แวร์ตรงกับเป้าหมายที่เราวางไว้ จริงๆ ตั้งแต่แรก ผมก็มีแผนออกจากจีอีมาตั้งบริษัทของตัวเอง
แล้ว หลังจากนั้นผมทำบริษัทซอฟท์แวร์ตามอุดมการณ์ที่ตั้งไว้ตั้งแต่เริ่ม โดยทำคอลล์เซ็นเตอร์ซอฟท์แวร์ที่ใช้ใน
องค์กรใหญ่ๆ ขายแข่งกับฝรั่ง ส่วนแบ่งตลาดเราประมาณ 70%”
        หลังจากที่ประสบความสำเร็จในประเทศไทย เขาเริ่มมองหาตลาดต่างประเทศ และส่งออกซอฟท์แวร์ไป
เวียดนาม โดยไปตั้งออฟฟิศที่เวียดนาม และญี่ปุ่น
      “สูตรสำเร็จของพวกผมก็คือ การตลาด ผสมกับวิศวกรรมศาสตร์ เรามีคนเก่งๆ ทั้ง 2 กลุ่มอยู่ด้วยกันในบริษัท 
พอทำอย่างนี้เราเริ่มรู้สึกว่า เอ๊ะ ทำไมทำได้อย่างนี้แล้ว มันก็ยังไม่มีอิมแพ็คต่อสังคม ยังไม่เป็นแบบฉบับอย่างที่
อยากเห็นทั้งประเทศเดินหน้าไปทางด้านนี้ ยังมีหลายๆ อย่าง อย่างสร้างโชว์เคสได้อย่างไม่มีน้ำหนัก ผมก็เลยคิดว่า
อันนี้อันที่หนึ่งเรื่องอุดมการณ์ เรื่องประเทศชาติว่ายังไม่มีอิมแพ็ค เราอยากจะเห็นให้คนไทยทำอะไรเจ๋งๆ ออกมาให้
มันในเวทีโลกบ้าง โดยเฉพาะเวลาไปงานเอ็กซ์โปเมืองนอก เอาแต่ของเดิมๆ ไปโชว์อย่างนี้ นั่นคือตัวผลักดันสำคัญ
ที่ว่าทำไมผมถึงมาทำหุ่นยนต์”
      อีกเหตุผลหนึ่งก็คือในทางความคิดทางธุรกิจ ซึ่งหลักสูตรเอ็มบีเอสอนว่า ถ้ามีแคชคาว (Cash Cow)  มีธุรกิจ
หลักแล้ว ต้องหาไรซิ่งสตาร์ (Rising Star) ออกมาเพิ่ม เพื่อที่จะขยายวงจรชีวิต หรือเพื่อทำให้บริษัท ขยายต่อ
นอกเหนือจากคอลล์เซ็นเตอร์ที่ทำ 14 ปีแล้ว และยังวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง ในที่สุดเขาก็พบว่าไรซิ่งสตาร์ที่เขา
สแกนหาก็คืออุตสาหกรรมแห่งอนาคต เหมือนแนวทางที่ทำมาตลอด
      “มันคืออะไรดี จะทำยานอวกาศ ทำเรือดำน้ำ  ทำอะไรดี ที่คนเห็นแล้ว เอ๊ะ คนไทยทำได้ด้วยเหรอ อะไรทำนอง
นี้ ก็พยายามจะคิดอะไรแนวนี้ ก็เสิร์ช สืบเสาะ พบว่า ทำไมนักศึกษาไทยชนะเวทีโลกเรื่องหุ่นยนต์เยอะมากเลย ชนะ
จีน ญี่ปุ่น เยอรมัน เกาหลี ชนะอเมริกา มันต้องมีของเจ๋งอยู่ ทำไมเราชนะเขาได้ ที่ตะลึงไปกว่านั้นก็คือ มันไม่ใช่เวที
เดียว หลายมหาวิทยาลัยที่ส่งไปประกวดก็ได้ชนะในระดับโลกหลายเวที”
      “ข้อนี้เป็นข้อที่โชว์ศักยภาพว่าวิศวกรไทย เก่ง แต่ถามคำถามต่อว่า เอ๊ะ แล้วความเก่งนั้น พอจบแล้วพอไปทำงาน
แล้วมันไปอยู่ไหนกันหมด ทำไมมันไม่เห็นมีอะไรเลย ถามว่าประเทศไทยมีอะไรที่น่าภูมิใจบ้าง ที่เป็นผลงานมันมีไหม
ไม่มีเลย เราอยากจะเห็น ในฐานะที่เรามีศักยภาพ เรามีโอกาส เราก็อยากเป็นคนลงมือทำดีกว่ามานั่งบ่น แล้วตัวเองก็
ไม่ได้ทำ ผมก็เลยบอก เอ้า ถ้างั้นมาลงมือทำ ผมก็เอาสูตรสำเร็จของ ซีที เดิมมา ซึ่งมันก็ต่อภาพที่ลงตัวต่อทรัพยากร
ในมุมที่ว่า การตลาดจับกับวิศวกรในด้านหุ่นยนต์ มันก็มีความสามารถในการแข่งขัน ทีมซอฟท์แวร์ที่ทำแต่เดิม ใหญ่
มหึมาที่เราทำมาโดยตลอดนี่ ถ้าเอาความเจ๋งของซอฟท์แวร์มาบวกกับฮาร์ดแวร์หุ่นยนต์ หุ่นยนต์ก็จะฉลาดขึ้นด้วย ก็
แปลว่าทุกจิ๊กซอที่มันวางอยู่ข้างหน้าผมนี่ พอนำมาต่อเป็นภาพ มันทำให้เราสามารถทำหุ่นยนต์ในเชิงพาณิชย์ได้ แต่
ถึงแม้จะเป็นรายแรก ดิลิเวอรี่เป็นรายแรกของเอเชียด้วยที่เริ่มทำขายเป็นเรื่องเป็นราว”
      พอคิดว่าจะทำหุ่นยนต์ เขาก็ทำการบ้านว่า มันมีระบบนิเวศอย่างไร 
      หุ่นยนต์ที่ทำขายกันโดยทั่วไป ส่วนใหญ่ทำใช้ในโรงงานประกอบรถยนต์ เป็นแขนกลในสายการผลิตของโรงงาน 
เพราะฉะนั้นหุ่นยนต์ประเภทนั้น เรียกว่า Industrial Robot ซึ่งมีมานานกว่า 30 ปีแล้ว  แต่หุ่นยนต์บริการที่เรียกว่า
Service Robot ที่ต้องอยู่กับผู้คน ยังไม่มีใครทำในเชิงพาณิชย์
      “ผมคิดว่า บางที ซีที เอเชีย โรบอติกส์อาจเป็นบริษัทแรกๆ ที่ทำหุ่นยนต์ Service Robot และใช้งานจริง ตอนนี้
ผมได้ออเดอร์จากเอ็มเคสุกี้ สั่งทำหุ่นยนต์เพื่อเสิร์ฟอาหารใน เอ็มเค ประมาณปลายปีนี้ มีประมาณ 13 สาขาใหญ่ๆ ก็
แปลว่าจะมีการนำหุ่นยนต์มาใช้จริงๆ  ที่ญี่ปุ่นเอง หุ่นยนต์ใช้ในการโชว์ เวลาออกงานก็มีข่าวแล้วว่า หุ่นยนต์ทำโน่นทำ
นี่ได้ แต่มันไม่ได้ขาย มันไม่ได้นำไปปฏิบัติการจริงๆ หรือถ้ามีไว้ขายก็แพงลิบลิ่ว ก็มีเฉพาะบริษัทใหญ่ ๆ ทำเอาไว้โชว์
ในงานใหญ่ๆ เท่านั้นเอง”
      “ ที่ผ่านมามีร้านอาหารที่เสิร์ฟโดยหุ่นยนต์ในเมืองไทย อันนั้นเป็นของญี่ปุ่น กลุ่มซัมมิตเขาแอพพลายจากหุ่นยนต์
ในโรงงาน จะเห็นได้ว่าหุ่นยนต์ที่ใช้ในทางอินดัสเทรียลมาแอพพลายใช้กับเซอร์วิสนี่ บางครั้งมันต้องระวังเพราะอันตราย
แขนกลในโรงงานอุตสาหกรรมจะเป็นแขนใหญ่ๆ และกำลังค่อนข้างสูง เพราะฉะนั้นเอามาเสิร์ฟอาหารนี่ ถ้าไปชมก็จะเห็น
เขาต้องกั้นเป็นกรอบ คล้ายเป็นรั้วกระจก ห้ามไปยุ่ง แต่ของเราไม่ใช่ ของเราเป็นหุ่นเดินมาใกล้ๆ เลย มาจับ มาลูบ มาคลำ
มาคุย เหมือนคนเลย เป็นคนละแนวคิด แต่นั่นก็ทำให้มีสีสัน ทำให้เมืองไทยตื่นตัวเรื่องหุ่นยนต์กันมากขึ้น เดี๋ยวเอ็มเค
เขาจะออกแคมเปญทีวีอะไรต่างๆ ก็จะยิ่งทำให้ตื่นตัวมากขึ้น”
      หุ่นยนต์ “ดินสอ” ที่บริษัท ซีที เอเชีย โรบอติกส์ จำกัด ผลิตใช้ทีมงานวิศวกร จากหลายสถาบัน ซึ่งคุณเฉลิมพล
เรียกว่า “ทีมชาติ” มาจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า บางมดบ้าง พระนครเหนือบ้าง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่บ้าง
รวมทั้ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลายคนผ่านการประกวดหุ่นยนต์ระดับรางวัลมาแล้วทั้งนั้น
       คุณเฉลิมพลวางแผนการผลิตหุ่นยนต์ไว้เป็น 2 ระยะ คือ ระยะสั้น เป็นหุ่นยนต์ที่ทำตามภารกิจเฉพาะ เช่น เสิร์ฟอาหาร 
ไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ผลิตภัณฑ์ และไปโชว์ตัวในงานต่างๆ เพื่อให้เริ่มมีรายได้เข้ามา โดยหุ่นยนต์ที่ทำออกมา จะมีลักษณะ
ความเป็น “มิตร” เป็นเพื่อนที่ดี เป็นแรงบันดาลใจแก่เด็ก เพราะฉะนั้นหน้าตาของหุ่นยนต์ “ดินสอ” จึงกระพริบตาได้ เป็น
หน้าจอคอมพิวเตอร์ทีแอพพลาย และดีไซน์ให้ดูน่ารัก
 
      สำหรับระยะยาว คุณเฉลิมพลตั้งเป้าที่จะส่งไปขายญี่ปุ่น
      “ผมกำลังตั้งเป้าที่มันอาจจะฟังแล้ว คนไทยน้อยคนที่จะเชื่อว่าทำได้ ซึ่งตอนที่ผมตั้งบริษัทซอฟแวร์คนก็พูดอย่างนั้น
เหมือนกัน ผมจะส่งไปขายที่ญี่ปุ่น อันนั้นจะเป็นหุ่นยนต์ดูแลคนชรา ปี 2555 เราจะเริ่มวางขายที่ญี่ปุ่น ตอนนี้ก็มีพาร์ทเนอร์
ที่ญี่ปุ่นมาคุยด้วย เห็นศักยภาพและข้อที่ได้เปรียบเลยคือว่า ต้นทุนของเราถูกกว่าญี่ปุ่นเกือบ 10 เท่า การดูแล ก็จะดูแลพยุง
คนชราเดินไปไหนในบ้าน หรือเสิร์ฟอาหาร หรือเอายามาให้ หรืออื่นๆ เราก็เริ่มทำวิจัยว่าสถานคนชราต้องการอะไร นาง
พยาบาลที่ขาดแคลน เอาหุ่นยนต์ไปเสริมอย่างไร นั่นคือแผนระยะยาว ซึ่งจะไม่ใช่เอ็นเตอร์เทนแล้ว อันนั้นจะเป็นซีเรียส
โรบอทบิสสิเนสแล้ว ก็จะคงมีสายการผลิตเป็นเรื่องเป็นราว ก็กำลังวางแผนกันอยู่”
      คุณเฉลิมพลบอกว่า เหตุที่เขามุ่งมั่นทำหุ่นยนต์ขึ้นมา ก็เพื่ออยากให้เป็นตัวอย่างว่า คนไทยเราเก่ง แต่เมื่อก่อนเราไม่
เคยใช้ความเก่งของเรา คิดจะลุกมาทำอะไรอย่างนี้ เราเอาความเก่งของเรามารับจ้างทำตามสั่ง ไม่ว่าจากตะวันตก หรือจาก
ญี่ปุ่น
      “ดูอย่างประกอบรถยนต์  ไทยเป็นแหล่งประกอบรถยน์ที่ใหญ่ที่สุด เป็นดีทรอยท์ เป็นอะไรก็ว่าไป แต่ไม่มีรถยนต์แห่งชาติ 
ดูอย่างอินเดีย ยังมีรถยนต์แห่งชาติแล้ว อย่างจีนก็มีแล้ว  มาเลย์มีตั้งนานแล้ว  อีกหน่อยเวียดนามก็มี แล้วอีกหน่อยคนไทย
จะขับรถอินเดีย ขับรถเวียดนาม ผมว่ามันต้องขาดอะไรบางอย่าง ลองพิจารณาดูซิว่าสมัยที่เราเป็นนักศึกษา ไปคว้าแชมป์โลก
ได้ แต่พออกมาทำงาน ทำไมมันไม่เหลืออะไรเลย ผู้ใหญ่บางคนต้องทำอะไรผิด หรือตัวเราเอง ต้องลุกขึ้นมาทำอะไรซักที
ผมอยากจะเห็น ภาพว่า นี่ไง ทำได้ หุ่นยนต์นี่ทำให้เห็นเลยว่าขายญี่ปุ่น ถ้าเผื่อขายได้มันเป็นการเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่
เลยว่าเป็นคนไทยคนแรกเลย
       คุณเฉลิมพลยอมรับว่าก่อนจะเริ่มดำเนินการก็มีปัญหาด้านโนว์ฮาวพอสมควร เนื่องจากความรู้เรื่องหุ่นยนต์ในโลกนี้มีคน
รู้น้อยมาก โดยเฉพาะในเมืองไทยไม่มีเลย
       “แต่ผมเชื่อว่า ถ้ามันได้ทีมดี โนว์ฮาวมากับคน ไม่มีใครเคยทำหุ่นยนต์เชิงพาณิชย์มาก่อน ทีนี้เราทุกคนล้วนไม่เคยทำมา
ก่อน เอาประสบการณ์มีในอดีตที่เคยทำ เคยสัมผัสมาบ้างนี่มารวมกัน เช่นคนที่ทำประกวดหุ่นยนต์ เขาก็เคยทำหุ่นยนต์มาแล้ว
แต่เป็นหุ่นยนต์กู้ภัย อย่างน้อยเขาก็รู้ว่าจะประกอบให้มันเคลื่อนที่ การหยิบจับอะไรต้องทำอย่างไร ต้องมีองค์ประกอบอะไรบ้าง
กลุ่มของเรื่องซอฟท์แวร์ ทำให้หุ่นยนต์มันฉลาด ให้มันเรสปอนซ์กับมนุษย์ได้ อย่างที่เราทำในคอลล์เซ็นเตอร์ซอฟแวร์นี่ มัน
ต้องมีประเด็นอะไรบ้าง แล้วต้องทำอะไรบ้าง ผมคุมการตลาด ผมก็ต้องมองว่า คัสตอมเมอร์ นีด คืออะไร จะทำหุ่นยนต์มาเพื่อ
โชว์ให้คนไทยภูมิใจอย่างเดียว แล้วไม่มีใครซื้อมันก็ไม่ได้ มันต้องผสมกันยังไง มันถึงจะได้”
      “อันนี้ก็เป็นมุมของนักการตลาด ซึ่งผมเอาความเชี่ยวชาญของผมมารวมกับทีม คำตอบคือว่า ทำอย่างไร ถึงจะเริ่มขึ้นมาได้ 
เอาคนที่ ‘put the right man on the right job’  และทำงานเป็นทีม มันก็เกิดสิ่งที่ ไม่นึกไม่ฝันว่ามันจะเกิดออกมาได้ ก็ไม่ถึง
กับยากเย็นอะไร ประเด็นของผม คำตอบก็คือว่าคน คนก็สำคัญ ถ้าผมไม่เลือกทีมอย่างนี้ขึ้นมา เอาวิศวกรที่อยู่บริษัทใหญ่ๆ มา
แล้วไม่เคยต้องเผชิญอะไรที่มันท้าทายมากๆ ก็จะตอบว่า ‘ทำไม่ได้หรอกพี่’ ‘มันจะสู้กับญี่ปุ่นได้ยังไง ไม่มีทาง’”
      นับตั้งแต่บริษัท ซีที เอเชีย โรบอติกส์ จำกัด เปิดตัวหุ่นยนต์ “ดินสอ” มาตั้งแต่เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปีที่แล้ว ขณะนี้ตัวดินสอ
ตัวที่ 1 ก็ออกงานต่างๆ เริ่มเลี้ยงพ่อได้แล้ว ไปโชว์ตัวได้เงินมาเป็นระยะๆ  นั่นคือตัวดินสอ แต่หุ่นยนต์ของเอ็มเค ตัวต้นแบบกำลัง
จะเสร็จ ตอนนี้ซ้อมเสิร์ฟอาหารที่ร้านอาหารเอ็มเคสุกี้ สาขาบิ๊กซี บางนา  และจะเสร็จ 10 ตัวภายในปีนี้ นอกจากนี้ก็เริ่มมีบริษัท
ใหญ่ๆ เช่น เมืองไทยประกันชีวิต  มาขอให้ทำหุ่นยนต์มากขึ้นเรื่อยๆ
       คุณเฉลิมพลยืนยันว่าเป้าหมายการผลิตหุ่นยนต์ของบริษัทของเขา จะไม่ทำ  Industrial Robot เพื่อใช้ในสายการผลิตใน
โรงงานอุตสาหกรรม แต่จะทำ  Service Robot โดยโฟกัสที่  segment ที่เป็นเชิงบริการทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร
โรงพยาบาล ไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ ออกงาน event ต่างๆ 
      “อย่างที่เอ็มเค หุ่นยนต์จะใช้ในการเสิร์ฟอาหาร ถือถาดมาจากครัว ไปเสิร์ฟตามโต๊ะที่ต้องการ มันฟังภาษาคนได้ ใช้สื่อสาร
กันด้วยคำพูด ของญี่ปุ่นนั่น คุยกับมันไม่ได้นะ ถ้ามีโต๊ะไหนมีวันเกิด หุ่นยนต์ก็จะถือเค้กเดินไป แล้วร้องเพลงแฮปปี้ เบิร์ดเดย์
ให้เด็ก ก็จะเป็นความประทับใจ”
      “ตอนที่เราไปเสนอขายทีญี่ปุ่น เรื่องหุ่นยนต์ดูแลคนชรา เราเล่าคอนเซ็ปต์ให้เขาฟัง เขาก็มึนๆ ว่า เอ๊ะ มาจากเมืองไทย จะ
ทำหุ่นยนต์ได้ยังไง ผมก็เอาหนังสือพิมพ์ญี่ปุ่น อาซาฮี ชิมบุน ที่ลงภาพผมกับหุ่นยนต์ “ดินสอ” ว่าคนไทยทำหุ่นยนต์ได้แล้ว
และเริ่มปฏิบัติงานในเอ็มเค ที่ญี่ปุ่นนี่ ถ้าพูดอย่างเดียวแล้วเขาไม่เห็น เขาไม่เชื่อหรอก เขาคิดว่ามาโม้อะไรอีกล่ะ แต่ของผม
มันมีตัวจริงๆ ไปเสิร์ฟให้เห็นแล้ว”
      คุณเฉลิมพลเล่าว่า การผลิตหุ่นยนต์ตัวหนึ่ง ต้องใช้ศาสตร์มากกว่า 10 ศาสตร์ขึ้นไป เช่น คอมพิวเตอร์วิชั่น คือการมองเห็น
ของหุ่นยนต์ การเซ็นเซอร์ต่างๆ คอมพิวเตอร์เสียง วอยซ์ เทคโนโลยี เรื่องเสียง เรื่องการพูดแล้วเข้าใจ เรื่องของอิเล็กทรอนิกส์
การคอนโทรล คอนดักเตอร์ ชิปต่างๆ ว่าคอนโทรลมอเตอร์ต่างๆ อย่างไร เรื่องของแบตเตอรี่ แหล่งพลังงาน เรื่องของแมคคานิค
กลไกโครงสร้าง เรื่องแมททีเรียล มายังไงไม่ให้มันหนักเกินไป ไม่แพงเกินไป แต่แข็งแรง ศาสตร์เกี่ยวกับศิลปะ ทำหุ่นยนต์ออก
มาให้ออกมาดูแล้วน่ารัก ต้องเอาศิลปะเข้ามา ต้องดีไซน์คาแรกเตอร์ ศาสตร์ด้านการตลาด ศาสตร์เรื่องการพรีเซ้นต์หุ่นยนต์
ศาสตร์เรื่องกราฟฟิก
      “ผมต้องบอกว่าหุ่นยนต์ 1 ตัวนี่ มันต่างจากที่ผมทำซอฟแวร์เลย ในการทำซอฟแวร์มันใช้ศาสตร์ไม่กี่ศาสตร์ แต่ศาสตร์
ซอฟแวร์เหล่านั้นก็ต้องใช้ในหุ่นยนต์ และยังมีศาสตร์อีกเยอะแยะ ซึ่งเป็นข้อดีที่ผมชอบ การที่มีของที่เรามีหลายศาสตร์แปลว่า
เราสร้างกำแพง ไม่ใช่ใครทุกคนมีเงินแล้วจะทำแบบที่พวกเราทำได้นะ มันต้องมีคนที่เก่ง และใช่เลยครบทีมมันถึงจะทำได้
ต่อให้มีเงินพันล้าน ถ้าคุณไม่เข้าใจ คุณก็ไม่สามารถทำอย่างนี้ได้ อันนี้ในแง่ดีก็คือเราสร้าง Barrior Currency ไว้สูง ข้อดี
อีกข้อหนึ่งก็คือเรากำลังทำในสิ่งที่ แอดวานซ์ในราคาที่ไม่แพงในเมืองไทย ถ้าทำอย่างนี้ในญี่ปุ่น อาซิโมนี่ ตัวหนึ่งเป็นร้อยๆ
ล้านบาท ถ้าทำในเมืองไทย เราขายตัวละล้าน ก็ขายได้”
      เมื่อถามว่า ในอนาคตเขาอยากเห็นบริษัทของเขาเป็นอย่างไร ประกายตาของคุณเฉลิมพลวิบวับ ก่อนจะมีคำตอบที่เต็ม
ไปด้วยความมั่นใจ
     “ผมฝันว่าผมจะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ๆ ให้เมืองไทยได้ ในมุมของความสามารถในการแข่งขันของชาติ คำพูดนี้ มันทำ
ให้นึกถึงว่า ไอ้โน่นก็แซงเรา ไอ้นั่นก็ชนะเรา มันเห็นอย่างนี้มาตลอด ผมอยากจะเป็นตัวหนึ่งที่สร้างบรรยากาศใหม่ สร้างแรง
บันดาลใจใหม่ๆ และเรื่องที่ผมทำก็ไม่เกี่ยวกับใครจะมาเป็นรัฐบาล แล้วก็จะไม่มีวันเกี่ยว เพราะว่าเขาเหล่านั้นมีระบบนิเวศอีก
แบบหนึ่ง มีวาระในการดำเนินการอีกแบบหนึ่ง ของเรานี่คิดแบบโกลบอลซิติเซ็น คำว่าหุ่นยนต์ คำว่าช่วยเหลือคนชรา มันไม่
ต้องในไทย มันที่ไหนก็ได้ เยอรมันคนแก่ก็มาซื้อหุ่นยนต์ผมได้ เราคิดแบบโกลบอลซิติเซ็น เหมือนมือถือนี่ เหมือนโซนี่ อันนี้
เขาคิดแบบโกลบอลซิติเซ็น อย่างโนเกีย อย่างไอโฟน ใช่หมด เพราะฉะนั้น ถ้าสถานการณ์ในเมืองไทยแย่ในมุมไหน ถ้ามัน
เกี่ยวกับเรา เราก็อาจจะตั้งหน่วยงานนั้นในประเทศอื่นก็ได้ แต่สัญชาติไทย วิญญาณไทยก็ยังอยู่ ผลสุดท้ายจะไปประกอบที่
จีนก็ได้ เหมือนกับรถยนต์ญี่ปุ่น ที่มาประกอบในเมืองไทย อันนี้เป็นความคิดที่เราคิดว่าเราจะทำให้มันสำเร็จ”
       คุณเฉลิมพลมองว่า อันที่จริงประเทศไทยมีคนเก่งในแขนงต่างๆ มากมาย แต่ต่างคนต่างเก่ง ไม่มีใครรวม ซึ่งเขาอยากจะ
เป็นคอนดักเตอร์วงออเคสตร้า ที่เอานักดนตรีที่เก่งๆ กระจัดกระจายในเมืองไทย มาเล่นร่วมกัน นี่คือคำตอบว่า ทำไมตอนที่เป็น
นักศึกษา เราล่ารางวัลกัน แชมป์โอลิมปิก แชมป์ฟิสิกซ์โลก แชมป์หุ่นยนต์โลก พอออกมา ทำไมมันหายไปหมด นี่คือคำตอบ
เพราะคนเก่งกระจัดกระจาย มันไม่มีคนรวม ไม่มีใครมาเป็นไวทยากร นำวงดนตรี
      อีกประการหนึ่ง ที่บกพร่องมากๆ เลย คือนักการตลาด จะเห็นว่าการผลิตหุ่นยนต์ต้องใช้ความคิดของนักการตลาดมาก 
เพราะมันเป็นเรื่องที่ต้องพยากรณ์อนาคต อ่านตลาด อ่านคัสตอมเมอร์นีดส์ (Customer Needs) ไม่เหมือนการทำตลาดสบู่
ยาสีฟัน ค้าปลีก แต่โลกใหม่นี่ ยังไม่มีใครทำเลย ไม่มีใครเข้าใจ พอไม่มีใครเข้าใจ แล้วใครจะมาทำบทบาทนี้  แล้วจะให้
เอ็นจิเนียลุกขึ้นมาทำการตลาด เขาก็ทำไม่เป็น นี่แหละคำตอบว่าทำไมถึงไม่มีอะไรให้เห็น ทั้งที่คนเก่งเต็มไปหมด
       “ขอให้คนไทยรวมทีมกันให้ได้ อย่าบินเดี่ยว หลายครั้ง เราคิดว่าอัตตามันสูงเหลือเกิน ข้าจะเจ๋งอยู่คนเดียว โลกใบนี้ 
นาทีนี้ มันหมดยุคนั้นแล้ว ทำไมทีชาวตะวันตกเขาทำกันได้ ญี่ปุ่นเขาทำกันได้ เกาหลีทำกันได้ จีนทำกันได้ เพราะเขารู้ว่าเขา
ต้องรวมยังไง เป็นการรวมคนเก่ง และการรวมของเขาไม่จำเป็นต้องรวมคนในชาติของเขาด้วย คือรวมคนชาติอื่นก็ได้ในทีม
ตราบใดที่เขาคอนทริบิวต์ได้ คนไทยรวมคนไทยเก่งๆ อย่างนั้น ทำไม่ค่อยได้ แต่พอฝรั่งมารวมคนไทย กลับยอมทำให้เขา” 

       ไปๆ มาๆ ก็จบตรงที่ทัศนคติของคนไทย ที่ไม่ยอมรับคนไทยด้วยกัน ลัวเราจะแก้ทัศนคติแบบนี้กันอย่างไร
       “ก็ต้องสร้างด้วยผลงาน ตราบใดที่ไม่มีผลงาน ไม่มีใครเป้นตัวต้นแบบ มันก็จะนึกไม่ออก ถ้าภราดรไปตีเทนนิสแล้วได้
ระดับท็อปเทนของโลกให้เห็น พ่อแม่ก็ส่งลูกหลานไปตีเทนนิส  เหมือนนักร้องพอเข้าเอเอฟ เข้าเดอะสตาร์ มีชื่อเสียง แล้ว
รวยได้ คนก็แห่กันไป คือสังคมเราเป็นสังคมที่ต้องการต้นแบบ เพื่อให้คนตาม ก็น่าเสียใจต้นแบบเรื่องของสินค้าบริการแห่ง
อนาคตของเมืองไทยมันยังไม่มีต้นแบบ เมืองไทยไม่มีบิล เกตส์ เมืองไทยไม่มีสตีฟ จ็อบให้เห็น เราลองทำให้เห็นซิเดี๋ยวจะ
มีคนเดินตาม”
       นี่คือความคิดของ เฉลิมพล ปุณโณทก ผู้สร้างหุ่นยนต์เชิงพาณิชย์คนแรกของเมืองไทย โปรดจดจำชื่อของเขาให้แม่น 
วันหนึ่งข้างหน้าชื่อเสียงของเขาจะขจรขจายไปไกล เมื่อหุ่นยนต์ “ดินสอ” ที่มีตัวเลขต่อท้ายสูงขึ้นเรื่อยๆ ไปปรากฏตัวรับใช้
ผู้คนในร้านอาหาร สถานพยาบาล และตามบ้านเรือนทั่วโลก
 
 

จำนวนคนอ่าน 5174  คน

ความคิดเห็น

  • Tessa เขียน :

    mixing melatonin and weed

    mixing zoloft and weed link
    I can't hear anithyng over the sound of how awesome this article is. http://effzvwtn.com [url=http://rklmkjps.com]rklmkjps[/url] [link=http://yztabog.com]yztabog[/link]

  • Shanna เขียน :

    how to get low dose naltrexone

    vivitrol reviews
    God, I feel like I shulod be takin notes! Great work http://gggcwxeqndk.com [url=http://zpohzxzqpqg.com]zpohzxzqpqg[/url] [link=http://rdnvyhhmi.com]rdnvyhhmi[/link]

  • Bobbi เขียน :

    augmentin bambini

    augmentin generico click
    Hi Jill, Sonia here! All I can say is, I wish I had seen your coconut milk yogurt recipe when I was da0&ifreer#823y; Looks delicious!! Thanks for bringing this wonderful recipe to the party!

  • ejpskw เขียน :

    citalopram hydrobromide and alcohol

    citalopram and alcohol use mcefun.nrossen.dk
    OMqlOT , [url=http://xwbvegxhlabp.com/]xwbvegxhlabp[/url], [link=http://lffeojsznhwn.com/]lffeojsznhwn[/link], http://embohxvjuxra.com/

  • kmwazmfgh เขียน :

    hFTjjd , [url=http://cueefxbmpiek.com/]cueefxbmpiek[/url], [link=http://cumcgmatswmn.com/]cumcgmatswmn[/link], http://bosipxjkehyv.com/

  • Satchel เขียน :

    Grazi for mankig it nice and EZ.

  • femwlpuk เขียน :

    lamictal pregnancy registry results

    lamictal and pregnancy website
    MqgMez , [url=http://zxtsfophvdzb.com/]zxtsfophvdzb[/url], [link=http://lxujdmrtpelp.com/]lxujdmrtpelp[/link], http://ppimspuwzqfz.com/

  • mzqovkdgomh เขียน :

    sertraline side effects alcohol

    sertraline reviews fem-choice.com
    875cfV , [url=http://ssgitbcmaipq.com/]ssgitbcmaipq[/url], [link=http://fjsymkuhqcip.com/]fjsymkuhqcip[/link], http://dtcijhprqyzf.com/

  • Jenaya เขียน :

    The gneius store called, they're running out of you.

แสดงความคิดเห็น

:: โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางโลกการค้าออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวด

พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ มีตัวหนังสืออยู่ในรูปภาพนี้