ส่งออกส่อเค้าพบทางตัน...หากลงทุนไทยยังไม่ขยับ

โดย 21 มีนาคม 2554 16:02

ตั้งแต่ปี 2546 ถือได้ว่าเป็นยุคทองของการส่งออกไทย โดยมูลค่าส่งออกขยายตัวในระดับสองหลักติดต่อเป็นเวลาหลายปีจนเห็นการทำลายสถิติสูงสุดแบบปีต่อปี ซึ่งดูแล้วการส่งออกไทยน่าจะมีอนาคตสดใส อย่างไรก็ตามหากเทียบกับประเทศคู่แข่งอื่นๆ พบว่าสถานะการส่งออกของไทยกำลังตกอยู่ในที่นั่งลำบาก

      ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาภาคส่งออกถือเป็นเครื่องยนต์หลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะตั้งแต่ปี 2546 
ถือได้ว่าเป็นยุคทองของการส่งออกไทย โดยมูลค่าส่งออกขยายตัวในระดับสองหลักติดต่อเป็นเวลาหลายปีจนเห็นการทำลาย
สถิติสูงสุดแบบปีต่อปี ซึ่งดูแล้วการส่งออกไทยน่าจะมีอนาคตสดใส อย่างไรก็ตามหากเทียบกับประเทศคู่แข่งอื่นๆ พบว่า
สถานะการส่งออกของไทยกำลังตกอยู่ในที่นั่งลำบาก เพราะจากตัวเลขส่วนแบ่งตลาดของไทยในตลาดโลกพบว่าในช่วงปี
2546-2552 แทบไม่เพิ่มขึ้นเลย
ธสน.1.jpg
      จึงเป็นที่น่าห่วงว่าภาคส่งออกไทยนับจากนี้อาจกำลังเข้าสู่ทางตัน เมื่อปัจจัยบั่นทอนต่างๆ มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทั้ง
ปัญหาความผันผวนของค่าเงิน ต้นทุนการผลิตทั้งราคาน้ำมันและวัตถุดิบที่สูงขึ้น ปัญหาขาดแคลนแรงงานในหลายอุตสาหกรรม
รวมถึงการแข่งขันในตลาดโลกที่รุนแรงขึ้น  ซึ่งแน่นอนว่าการขยายตัวของมูลค่าส่งออกในระดับสองหลักต่อเนื่องเหมือนที่
เคยเกิดขึ้นคงไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป ขณะที่ประเทศคู่แข่งอย่าง จีน อินเดีย รวมถึงเวียดนามยังเดินหน้าเติบโตด้วยความได้
เปรียบเหนือไทยหลายด้าน ด้วยเหตุนี้เองทำให้ที่ยืนของสินค้าไทยหลายรายการในตลาดโลกกำลังถูกบีบให้ตกขอบสนาม
ลงเรื่อยๆ
      เหตุการณ์ดังกล่าวจุดประกายให้หลายฝ่ายมีการพูดถึงทางออกของภาคส่งออกไทยในแนวทางต่างๆ มาระยะหนึ่งแล้ว 
ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาศักยภาพการผลิต การนำแนวคิดในเชิงสร้างสรรค์ (Creativity) มาใช้สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า
อย่างไรก็ตาม การจะไปสู่จุดหมายดังกล่าวปฏิเสธไม่ได้ว่าต้องเริ่มมาจากการลงทุนแทบทั้งสิ้น ซึ่งหากพิจารณาสถานะของ
การลงทุนไทยในปัจจุบัน พบว่าความหวังในการพัฒนาตามแนวทางดังกล่าวริบหรี่เต็มที
      เหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะในช่วง 5 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่ปี 2549 การลงทุนของไทย อาจเรียกได้ว่าอยู่ในสภาพหยุดนิ่ง 
นั่นคือขยายตัวเฉลี่ยเพียงร้อยละ 1.5 ต่อปี ต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคและที่สำคัญสัดส่วนการลงทุนต่อ GDP
หล่นลงมาอยู่ที่เฉลี่ยร้อยละ 20 ต่ำเป็นที่สองในภูมิภาครองจากฟิลิปปินส์ ซึ่งถือเป็นยุคตกต่ำของการลงทุนไทยที่ในอดีตช่วง
ก่อนวิกฤตต้มยำกุ้ง (2535-2539) เคยขยายตัวสูงถึงร้อยละ 10 ต่อปี และมีสัดส่วนการลงทุนต่อ GDP สูงถึงร้อยละ 40 สูงเป็น
อันดับต้นๆ ในภูมิภาค
ธสน.2.jpg
      ผลลัพธ์จากการลงทุนที่หยุดนิ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ประสิทธิภาพการผลิตของไทยอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งหากพิจารณาจาก 
Total Factor Productivity (TFP) ที่สะท้อนถึงประสิทธิภาพการผลิตโดยรวมของประเทศ พบว่าอัตราขยายตัวของ TFP ของ
ไทยในช่วงปี 2549-2553   อยู่ที่เฉลี่ยร้อยละ 1.5 ต่อปี ต่ำเกือบที่สุดเป็นรองแต่เพียงสิงคโปร์ซึ่งเป็นประเทศที่ไม่ได้เน้น
การผลิตในประเทศเป็นหลัก
ธสน.3.jpg
      คู่ขนานไปกับประสิทธิภาพการผลิตที่พัฒนาไปอย่างช้าๆ ขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยก็เริ่มสะดุดเมื่อเทียบกับ
ประเทศคู่แข่ง ซึ่งจากการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศต่างๆ 58 ประเทศทั่วโลกที่จัดทำขึ้นทุกปีโดย
The International for Management Development (IMD) พบว่าอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยเพิ่มขึ้นเพียง
เล็กน้อยจากอันดับ 27 ในปี 2548 มาอยู่ที่อันดับ 26 ในปี 2553
ธสน.4.jpg 
      ขณะที่จีนและมาเลเซียเคยอยู่ในอันดับต่ำกว่าไทยในปี 2548 กลับขยับอันดับขึ้นมาแซงหน้าไทยในปี 2553 เช่นเดียวกับ
ประเทศอื่นๆ อย่างอินเดีย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ที่เคยมีขีดความสามารถในการแข่งขันตามหลังไทยอยู่มากในปี 2548
ต่างก็ขยับเข้าใกล้ไทยมาติดๆ ซึ่งผลการศึกษาของ IMD ชี้ชัดว่าจุดอ่อนสำคัญต่อการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของ
ไทยอยู่ที่ระบบโลจิสติกส์ (Logistics) และโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ที่ไม่ได้รับการพัฒนาอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะ
โครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีที่นอกจากอันดับไม่ดีขึ้นแล้วยังตกจากอันดับ 37 ในปี 2548 มาอยู่อันดับ 48 ในปี 2553
      จากสถานการณ์ดังกล่าวจึงถึงเวลาที่ประเทศไทยควรต้องเร่งฟื้นฟูภาคการลงทุนอย่างจิงจังเพื่อเป็นกลไกส่งต่อไปถึงภาค
ส่งออก และควรใช้จังหวะที่เงินบาทแข็งค่าเร่งนำเข้าเครื่องจักรและเทคโนโลยี เพื่อพลิกฟื้นภาคการลงทุนให้กลับคืนมา ขณะ
เดียวกันโฉมหน้าการลงทุนใหม่ที่จะเกิดขึ้นนี้จะช่วยเป็นสปริงส่งต่อให้การผลิตสินค้าส่งออกของไทยกระโดดขึ้นสู่ Value Chain
ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ซึ่งจะช่วยปลดล็อกภาคส่งออกจากการแข่งขันในรูปแบบเดิมที่เน้นการแข่งขันด้านราคาเป็นหลัก ที่นับวันไทย
จะยิ่งเสียเปรียบคู่แข่งอย่างจีน เวียดนาม รวมถึงอินเดียมากขึ้นทุกขณะ และยังเป็นการสนับสนุนให้ภาคการส่งออกของไทย
เดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคงในระยะยาว

จำนวนคนอ่าน 4557  คน

ความคิดเห็น

  • rxawyg เขียน :

    kefloridina suspension

    kefloridina forte 500 mg
    jt0nIb , [url=http://aeskevekqtly.com/]aeskevekqtly[/url], [link=http://ffqazougmcdw.com/]ffqazougmcdw[/link], http://mgimmqpcasei.com/

  • Erna เขียน :

    leponex erfaringer

    leponex wikipedia hvormegetermed.site leponex vidal
    The genius store called, they're rnuning out of you.

  • vtinpo เขียน :

    ru 486 abortion pill buy online

    buy abortion pill
    s0qg07 , [url=http://alxitlzcniag.com/]alxitlzcniag[/url], [link=http://gztrhoazlnvr.com/]gztrhoazlnvr[/link], http://qxsvndmfgmde.com/

  • Keshawn เขียน :

    when will generic cialis be available

    generic for cialis lasertech.com
    Artiecls like this are an example of quick, helpful answers.

แสดงความคิดเห็น

:: โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางโลกการค้าออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวด

พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ มีตัวหนังสืออยู่ในรูปภาพนี้