ส่งออกไทยไปจีนเดือน ส.ค. ยังคงครองความเป็น 1 ของตลาดส่งออกไทย

โดย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย 07 ตุลาคม 2554 15:21

การส่งออกไทยไปจีนในเดือนสิงหาคมยังคงเติบโตดีในอัตราร้อยละ 50.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และมีมูลค่าสูงที่ 2,699.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ท่ามกลางแนวโน้มการชะลอความร้อนแรงทางเศรษฐกิจของจีน

         โดยเป็นมูลค่าการส่งออกที่เป็นรองเพียงมูลค่าในเดือนกรกฎาคม 2554 ที่สร้างสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 
3,109 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯเท่านั้น แต่หากไม่รวมการส่งออกกระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษที่มีการเติบโตก้าว
กระโดดค่อนข้างมากในเดือนก่อนหน้า ก็จะพบว่ามูลค่าการส่งออกของไทยไปจีนในเดือนสิงหาคมได้สร้างสถิติสูงสุด
เหนือกว่าทุกเดือนเท่าที่เคยผ่านมา และมีอัตราการเติบโตที่สูงที่สุดในรอบ 18 เดือนด้วย ทั้งนี้ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจาก
การเร่งนำเข้าวัตถุดิบของจีนภายหลังจากสต็อกสินค้าเริ่มถดถอย ประกอบกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ยังอยู่ในระดับสูง
เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แม้จะเริ่มทยอยปรับตัวลงบ้างก็ตามในช่วงที่ผ่านมา
KK-1.jpg
เศรษฐกิจจีนยังคงมีเสถียรภาพ...แต่น่าจะลดความร้อนแรงลงตามคาด
         แม้ดัชนี PMI ซึ่งเป็นดัชนีบ่งชี้ทิศทางภาคการผลิตของจีนในเดือนส.ค.2554 จะดีดตัวขึ้นหลังจากที่อ่อนตัวลง 4 
เดือนติดต่อกันก่อนหน้านี้ จะช่วยให้ตลาดคลายความวิตกเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนในครึ่งหลังได้บ้าง
เพราะได้สะท้อนถึงความสามารถในการปรับตัวของภาคอุตสาหกรรมของจีนต่อมาตรการคุมเข้มของทางการจีน
และความอ่อนแรงของความต้องการจากต่างประเทศ แต่ขณะเดียวกัน จีนยังคงมีแนวโน้มจะเผชิญกับปัญหาเงินเฟ้อ
ในระยะยาว พิจารณาได้จากราคาบ้านโดยเฉพาะในเมืองระดับรอง และการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่ยังคงขยาย
ตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง  นอกจากนี้ การขยายตัวของเศรษฐกิจจีนก็ส่อแววจะเผชิญกับภาวะความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ
โลกแล้ว สะท้อนจากองค์ประกอบของดัชนี PMI ในส่วนของยอดสั่งซื้อสินค้าส่งออกใหม่ในเดือน ส.ค.2554 ที่ได้ปรับ
ตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 50 จุดเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน พ.ค.2552 ที่อาจส่งผลกระทบต่อบรรดาผู้ส่งออกสินค้า
วัตถุดิบและสินค้ากึ่งสำเร็จรูปไปยังจีนตามมาได้  ทั้งนี้ ล่าสุดนักวิเคราะห์หลายสำนักต่างได้ปรับลดคาดการณ์อัตราการ
เติบโตของเศรษฐกิจของหลายประเทศในเศรษฐกิจโลก รวมถึงเศรษฐกิจจีนด้วย แม้ว่าอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจจีน
ที่ได้มีการปรับลดคาดการณ์นั้นจะยังคงแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้วอย่างสหรัฐฯ สหภาพยุโรป หรือญี่ปุ่น
ก็ตาม

KK-2.jpg 

จีนมีส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 12.5...ยังคงครองตลาดส่งออกอันดับ 1 ในเดือน ส.ค.
  • การส่งออกของไทยไปจีนเดือนสิงหาคมยังคงแข็งแกร่งด้วยอัตราการเติบโตที่สูงถึงร้อยละ 50.1 และจีนยัง
    คงเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทยในสัดส่วนร้อยละ 12.5  โดยนอกจากจะได้รับแรงหนุนจากความ
    ต้องการภายในประเทศที่รายได้ประชากรมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องและนโยบายรัฐบาลซึ่งมุ่งส่งเสริมการ
    กระจายรายได้และการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนแล้ว ยังเป็นผลมาจากผู้ส่งออกของไทยหลายรายต่าง
    ทยอยหันไปทำการค้ากับจีนเพิ่มมากขึ้นท่ามกลางกระแสความเสี่ยงต่อแนวโน้มการกลับเข้าสู่ภาวะถดถอย
    ทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯและยูโรโซน ซึ่งเป็นตลาดส่งออกสำคัญที่มีสัดส่วนรวมกันประมาณร้อยละ 20 ของ
    การส่งออกของไทยโดยรวม เพราะหากเศรษฐกิจของทั้งสองภูมิภาคประสบปัญหาย่อมส่งผลกระทบต่อการ
    ส่งออกของไทยอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง ขณะที่ตลาดญี่ปุ่นเองก็ยังต้องอาศัยระยะเวลาพอสมควรในการฟื้นตัว
    ทำให้ผู้ประกอบการไทยหลายรายที่เดิมเคยพึ่งพิง 3 ตลาดดังกล่าวจำเป็นต้องเร่งปรับตัวด้วยการแสวงหา
    ตลาดใหม่ๆรองรับ โดยเฉพาะตลาดจีนที่นอกจากจะมีตลาดขนาดใหญ่ด้วยจำนวนประชากรที่มากที่สุดในโลก
    แล้ว ภาวะเศรษฐกิจของจีนก็ยังคงส่งสัญญาณที่มีศักยภาพเหนือประเทศคู่ค้าหลักทั้ง 3 แหล่งของไทย อีกทั้ง
    ทางการจีนก็ได้ให้ความสำคัญกับการดำเนินการค้ากับกลุ่มประเทศแถบอาเซียน อันหมายรวมถึงไทยเพิ่มขึ้น
    ด้วยตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจฯ ฉบับที่ 12 (ปี 2554-2558)
          
  • สินค้าส่งออกไทยหลายรายการยังคงพึ่งพิงตลาดจีนเป็นหลัก โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง  ไม้และ
    ผลิตภัณฑ์  ผลไม้สดแช่เย็น แช่แข็งและแห้ง ที่จีนถือครองส่วนแบ่งตลาดเกินกว่าร้อยละ 40 ของมูลค่า
    การส่งออกโดยรวมของไทยในแต่ละประเภทสินค้าดังกล่าวข้างต้นในช่วง 8 เดือนแรกปี 2554 รวมทั้งยาง
    พารา เม็ดพลาสติก ผลิตภัณฑ์ยาง มอเตอร์และเครื่องกำเนิดไฟฟ้า หรือวงจรพิมพ์ ซึ่งจีนถือครองส่วนแบ่ง
    ตลาดประมาณร้อยละ 20-35 ของมูลค่าการส่งออกโดยรวมของไทยในแต่ละประเภทสินค้าดังกล่าวนั้นก็
    นับวันจะมีบทบาทเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ และยังคงเติบโตในแดนบวกในเดือนสิงหาคม ซึ่งก็เป็นที่น่าสังเกต
    ว่า สินค้าที่ไทยพึ่งพิงจีนส่วนใหญ่เป็นกลุ่มสินค้าวัตถุดิบและสินค้ากึ่งสำเร็จรูป
  • กลุ่มสินค้าเกษตรยังขยายตัวต่อเนื่องที่ร้อยละ 150.7 (YoY) ในเดือนสิงหาคม เร่งตัวขึ้นจากระดับร้อยละ 
    104.6(YoY)ในเดือนก่อนหน้า นำโดยยางพารา(ขยายตัวร้อยละ 165.9) ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง(ขยายตัว
    ร้อยละ 121.9) ผลไม้สดแช่เย็น แช่แข็งและแห้ง (ขยายตัวร้อยละ 177.1)   และข้าว(ขยายตัวร้อยละ 41.7)
    เป็นต้น เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมการเกษตรเองก็ยังคงมีบทบาทสำคัญด้วยอัตราการเติบโตร้อยละ 169.4 ใน
    เดือนสิงหาคม ไม่ว่าจะเป็น ผลไม้กระป๋องและแปรรูป อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ผลิตภัณฑ์ข้าว เครื่อง
    เทศสมุนไพร  และสิ่งปรุงรส เป็นต้น ซึ่งส่วนหนึ่งน่าจะเป็นแรงผลักดันทางด้านราคาสินค้าโภคภัณฑ์และราคา
    สินค้าอาหารที่ยังคงอยู่ในเกณฑ์สูง  ขณะที่กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมซึ่งครองสัดส่วนประมาณร้อยละ 66.4 ของ
    มูลค่าการส่งออกโดยรวมของไทยไปจีนในเดือนสิงหาคมนั้นขยายตัวร้อยละ 32.7(YoY)  ซึ่งถือเป็นการเติบโต
    ชะลอตัวลงจากเดือนก่อนหน้า

เดือน ส.ค....ไทยนำเข้าจากจีนสูงสุดเป็นประวัติการณ์
  • การนำเข้าของไทยจากจีนในเดือนสิงหาคม 2554 ทำสถิติมูลค่ารายเดือนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่  3,008.4 
    ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ  ขณะที่อัตราการเติบโตก็สูงสุดในรอบ 5 เดือนในระดับร้อยละ 41.3เมื่อเทียบจากช่วง
    เดียวกันปีก่อน  และยังคงเป็นแหล่งนำเข้าสำคัญอันดับสองของไทยที่มีสัดส่วนประมาณร้อยละ13.2 ของมูลค่า
    การนำเข้าโดยรวมของไทยในช่วงเวลาดังกล่าว โดยได้แรงผลักดันมาจากกลุ่มสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูปที่
    โตถึงร้อยละ 53.1 (YoY) รวมถึงกลุ่มยานพาหนะและอุปกรณ์การขนส่งที่เติบโตร้อยละ 51.4(YoY) 
  • ไทยยังคงเป็นฝ่ายเสียเปรียบดุลการค้าให้จีน แม้อัตราการเติบโตของการส่งออกไทยไปจีนในเดือนสิงหาคม
    จะขยับตัวเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 50.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดือนเดียวกันปีก่อน แต่มูลค่าการนำเข้าก็เร่งตัวขึ้นมากเช่น
    กันที่ระดับร้อยละ 41.3(YoY) อีกทั้งยังมีมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3,008.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลให้
    ในเดือนดังกล่าวยังคงเป็นไทยที่เสียเปรียบดุลการค้าให้แก่จีนที่ 308.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ก็ถือว่าเป็นยอด
    ขาดดุลที่ต่ำที่สุดของปีนี้ ยังผลให้ยอดขาดดุลการค้าของไทยต่อจีนในช่วง8 เดือนแรกปี 2554 ขยับเพิ่มขึ้น
    เล็กน้อยจากยอด 2,083.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเดียวกันปีก่อน มาอยู่ที่ระดับ 2,272.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

แนวโน้มการส่งออกไทยในจีนช่วงที่เหลือของปี 2554...อาจไม่หวือหวานัก
        แม้ว่าปัจจุบันการส่งออกของไทยจะลดการพึ่งพาตลาดสหรัฐฯและอียูลงมาอยู่ที่ประมาณร้อยละ 10.8 และร้อย
ละ 9.5 ตามลำดับ โดยทั้งสองตลาดมีมูลค่ารวมประมาณ 32,062 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในช่วง 8 เดือนแรกปี 2554 ซึ่ง
น้อยกว่ากลุ่มอาเซียน และจีน ที่มีมูลค่าส่งออกรวมประมาณ 54,843 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเวลาเดียวกัน และ
ไม่ได้มีสัดส่วนขยายตัวเพิ่มขึ้นมากว่า 2 ปีแล้ว แต่จากการที่เศรษฐกิจสหรัฐฯซึ่งมีขนาดใหญ่คิดเป็น 1 ใน 4 ของ
เศรษฐกิจโลก และเป็นผู้นำเข้าอันดับ 1 ของโลก มีความเสี่ยงจะประสบปัญหาเศรษฐกิจถดถอย ก็อาจมีผลทางอ้อม
กับคู่ค้าหลักของไทยอย่างจีนซึ่งมีสหรัฐฯเป็นตลาดส่งออกหลักอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก จึงเป็นไปได้ว่าอัตราการเติบโต
ของการส่งออกไทยไปจีนในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ก็อาจจะชะลอตัวลง จากที่เติบโตในอัตราร้อยละ 34.7 ในช่วง 8
เดือนแรกปี 2554 

บทสรุป
         แนวโน้มการส่งออกของไทยไปจีนในปี 2554 อาจไม่ร้อนแรงเท่าปี 2553 เนื่องจากผลของฐานเปรียบเทียบที่สูง
ขึ้น แต่ก็น่าจะยังขยายตัวได้ค่อนข้างดีกว่าภูมิภาคอื่นๆ โดยเฉพาะตลาดหลักของไทยอย่างสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปที่
กำลังประสบกับปัญหาการว่างงานและวิกฤตหนี้สินสูง โดยอาศัยแรงหนุนจากนโยบายเศรษฐกิจของจีนที่หันมามุ่งเน้น
การกระจายรายได้ และการให้ความสำคัญกับการเติบโตของการบริโภคภายในประเทศมากขึ้น น่าจะทำให้ความ
ต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อตอบสนองความต้องการผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงขึ้นยังมีโอกาสเติบโตได้ ประกอบกับ
จีนเองก็น่าจะยังคงเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของเครือข่ายอุตสาหกรรมระดับโลก ที่แม้ว่าอาจจะเผชิญกับภาวะความไม่
แน่นอนของเศรษฐกิจโลก จนมีส่วนกดดันให้ความต้องการสินค้าเพื่อสนับสนุนการผลิตเพื่อการส่งออกชะลอตัวลงได้
แต่ก็อาจจะไม่ร่วงลงหนักมากนัก เพราะนอกจากอานิสงส์ของการเป็นโรงงานผลิตของโลกแล้ว ผลิตภัณฑ์ที่จีนผลิตเพื่อ
การส่งออกส่วนใหญ่ก็เป็นสินค้าจำเป็น ทำให้ความต้องการในสินค้าทุนตลอดจนวัตถุดิบและสินค้ากึ่งสำเร็จรูป เพื่อป้อน
ให้แก่ภาคการผลิตในประเทศจีนก็น่าจะยังคงขับเคลื่อนต่อไปได้ และผลักดันให้การส่งออกไทยไปจีนในปี 2554 ยังคง
มีทิศทางการเติบโตในแดนบวก อีกทั้งยังน่าจะสามารถรั้งตำแหน่งตลาดส่งออกสำคัญอันดับ 1 ของไทยได้ต่อเนื่องจาก
ปีก่อนด้วย ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าอัตราการขยายตัวของมูลค่าการส่งออกของไทยไปจีนในปี 2554 น่าจะอยู่ที่
ร้อยละ 22-27
         อย่างไรก็ตาม ด้วยกระแสความเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจโลกอาจจะเข้าสู่ภาวะถดถอยจากวิกฤตหนี้ในยุโรป ที่หาก
เกิดขึ้นจริงก็ย่อมส่งผลกระทบไปทั่วโลกอย่างแน่นอน อีกทั้งผลจากนโยบายของทางการจีน ทั้งในส่วนของการควบคุม
อุตสาหกรรมส่งออกที่ใช้เทคโนโลยีแบบเก่า การลดการอุดหนุนการผลิตเพื่อการส่งออกในบางอุตสาหกรรม รวมไปถึง
อัตราแลกเปลี่ยนซึ่งอาจทยอยแข็งค่าขึ้นในอนาคตจากแรงกดดันของอัตราเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้น ตามความ
ผันผวนของราคาสินค้าอาหาร และสินค้าโภคภัณฑ์สำคัญๆในตลาดต่างประเทศ ซึ่งธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชียก็ได้
ปรับเพิ่มการคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อของจีนในปีนี้เป็นร้อยละ 5.3  จากเดิมที่ประเมินไว้ที่ร้อยละ 4.6 ในเดือนเม.ย.2554
พร้อมปรับลดคาดการณ์แนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจจีนในปี 2554 มาอยู่ที่ร้อยละ 9.3 จากเดิมประเมินไว้ที่ร้อยละ
9.6 เนื่องด้วยความกังวลต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯและยุโรปซึ่งเป็นคู่ค้าหลักของจีน ที่อาจจะมีผลให้การดำเนินนโยบาย
ทางการเงินและการคลังของทางการจีนนับจากนี้มีข้อจำกัดในเชิงนโยบายในการกระตุ้นเศรษฐกิจ และอาจมีผลให้ผู้
บริโภคภายในประเทศจีนต้องเพิ่มความระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น และเกิดการชะลอของกิจกรรมทาง
เศรษฐกิจของจีนในปี 2554 ตามมาได้นั้น ก็นับเป็นปัจจัยท้าทายของภาวะส่งออกไทยไปจีนในระดับหนึ่ง

ดังนั้น ภายใต้ภาวะสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่ชัดเจนดังที่กล่าวมา ผู้ประกอบการไทยจึงควรให้
ความสนใจกับการ "ดูแลตัวเอง" ให้มากขึ้น โดยสร้าง "ภูมิคุ้มกัน" ให้แก่กิจการ ไม่ว่าจะเป็นการให้ความสำคัญกับ
ประสิทธิภาพการผลิต การประหยัดพลังงาน การใช้พลังงานทางเลือก การบริหารต้นทุนการผลิต และในด้านการเงิน
ก็ต้องเน้นไปที่การดูแลสภาพคล่อง และดูแลความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน เป็นต้น

       


จำนวนคนอ่าน 4124  คน

ความคิดเห็น

  • mary เขียน :

    After being in relationship with Wilson for seven years,he broke up with me, I did everything possible to bring him back but all was in vain, I wanted him back so much because of the love I have for him, I begged him with everything, I made promises but he refused. I explained my problem to someone online and she suggested that I should contact a spell caster that could help me cast a spell to bring him back but I am the type that don't believed in spell, I had no choice than to try it, I meant a spell caster called Dr AKHERE and I email him, and he told me there was no problem that everything will be okay before three days, that my ex will return to me before three days, he cast the spell and surprisingly in the second day, it was around 4pm. My ex called me, I was so surprised, I answered the call and all he said was that he was so sorry for everything that happened, that he wanted me to return to him, that he loves me so much. I was so happy and went to him, that was how we started living together happily again. Since then, I have made promise that anybody I know that have a relationship problem, I would be of help to such person by referring him or her to the only real and powerful spell caster who helped me with my own problem and who is different from all the fake ones out there. Anybody could need the help of the spell caster, his email: AKHERETEMPLE@gmail.com or call/whatsapp:+2349057261346 you can email him if you need his assistance in your relationship or anything. CONTACT HIM NOW FOR SOLUTION TO ALL YOUR PROBLEMS AKHERETEMPLE@gmail.com or call/whatsapp:+2349057261346

  • vrxaocpy เขียน :

    sertraline side effects alcohol

    sertraline and alcohol
    eIe9N4 , [url=http://tquajgoxumwe.com/]tquajgoxumwe[/url], [link=http://pgktjgsngjeh.com/]pgktjgsngjeh[/link], http://hfmvmomkhtpv.com/

  • zzwowh เขียน :

    melatonin pregnancy category

    melatonin pregnancy click here
    NUGlli , [url=http://mvqdfhvvrgwd.com/]mvqdfhvvrgwd[/url], [link=http://qsqqsnbbcbui.com/]qsqqsnbbcbui[/link], http://iwwrpfeluocy.com/

  • Tori เขียน :

    abortion pill usa legal

    usa buy abortion pill redirect
    If you're reading this, you're all set, padrenr!

แสดงความคิดเห็น

:: โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางโลกการค้าออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวด

พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ มีตัวหนังสืออยู่ในรูปภาพนี้