ส่งออกไทยไปจีนเดือน ต.ค.โต 21.1%...พยุงการส่งออกของไทยโดยรวม

โดย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย 14 ธันวาคม 2554 17:47

การส่งออกไทยไปจีนเดือนตุลาคม 2554 เติบโตสวนทางตลาดหลักอย่างสหรัฐฯ และยุโรป อีกทั้งยังอยู่ในเกณฑ์สูงเหนืออัตราการเติบโตของยอดการส่งออกไทยโดยรวมด้วย

       โดยการส่งออกไปจีนมีมูลค่า 2,300.89 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 21.1 เมื่อเทียบกับช่วง
เดียวกันของปีก่อน ขณะที่การส่งออกโดยรวมของไทยในช่วงเวลาดังกล่าวเติบโตเพียงร้อยละ 0.3  เท่านั้น   อย่างไร
ก็ตาม ตัวเลขการส่งออกไปจีนในเดือนนี้ได้มีทีท่าอ่อนแรงลงเมื่อเทียบจากเดือนก่อนหน้า หรือหดตัวถึงร้อยละ 22.5
(M-O-M) สะท้อนภาพที่ชัดเจนของผลกระทบจากภาพรวมในภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการของจีนในเดือน ต.ค.
2554 ที่มีทิศทางชะลอลงตามภาวะเศรษฐกิจของคู่ค้าสำคัญของจีนที่เปราะบาง และผลของการใช้นโยบายการเงิน
เข้มงวดของทางการจีนนับตั้งแต่ต้นปี 2554 ประกอบกับปัญหาด้านซัพพลายเชนที่เกิดจากภาวะน้ำท่วมในหลายพื้นที่
ของประเทศไทยเอง ซึ่งสร้างความเสียหายในวงกว้างทั้งภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม ที่อาจส่งผลต่อภาคการ
ส่งออกของไทยไปจีนในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้ หรือต่อเนื่องไปถึงปีหน้าด้วย

p-1 copy.jpg
  • จีนยังคงเป็นตลาดส่งออกหลัก...ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงรุมเร้าไทย
         แม้ว่าการส่งออกของไทยไปจีนในเดือนนี้จะมีทิศทางการเติบโตชะลอลงเมื่อเทียบจากเดือนก่อนหน้า แต่หาก
เทียบกับตลาดอื่นๆแล้วกลับพบว่าจีนยังคงเป็นตลาดหลักสำคัญที่คาดว่าจะมีส่วนช่วยพยุงการส่งออกของไทยอย่าง
ชัดเจนนับจากนี้ โดยในช่วง 10 เดือนแรกปี 2554 ตลาดจีนครองสัดส่วนการส่งออกร้อยละ 12 ของการส่งออกทั้งหมด
ของไทย และมีอัตราการเติบโตที่ร้อยละ 21.1(YoY)ในเดือนตุลาคม 2554 ซึ่งแม้จะเป็นการเติบโตที่ชะลอตัวลงจาก
ระดับร้อยละ 56.3 ในเดือนกันยายน  แต่ก็เติบโตในเกณฑ์ที่สูงกว่าการส่งออกโดยรวมของไทยที่ขยายตัวเพียงร้อยละ
0.3(YoY) และเติบโตเหนือตลาดหลักอื่นๆด้วย ไม่ว่าจะเป็นตลาดสหรัฐฯที่หดตัวร้อยละ 5.5  สหภาพยุโรป(27) ก็หดตัว
ร้อยละ 12.5  ส่วนญี่ปุ่นและอาเซียน(9) ขยายตัวร้อยละ 4.2 และร้อยละ 14.5 ตามลำดับ  จึงมีความเป็นไปได้ว่า
การส่งออกของไทยไปจีนในปี 2554 น่าจะสามารถรักษาระดับเติบโตได้ในเกณฑ์บวกที่ร้อยละ 27-30 ขณะที่
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า การส่งออกโดยรวมของไทยในปี 2554 น่าจะขยายตัวร้อยละ 15.5-16.7

p-2 copy.jpg
       - สินค้าเกษตรยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนการส่งออกไปจีน ด้วยมูลค่าที่เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าจากเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ซึ่ง
ชูโรงโดยผลไม้สด แช่เย็นและแช่แข็งที่น่าจะได้อานิสงส์จากการติดต่อค้าขายกันโดยตรงระหว่างผู้ผลิตในแหล่งเพาะ
ปลูกที่สำคัญของไทยกับพ่อค้ามณฑลต่างๆของจีน อาทิเช่น การส่งออกทุเรียนของจังหวัดยะลาไปเมืองกวางเจา
หรือการส่งออกมังคุด เงาะ ทุเรียนของจังหวัดตราดไปเมืองคุนหมิง  เป็นต้น รวมไปถึงยางพาราและผลิตภัณฑ์สำปะหลัง
ที่นอกจากจะเป็นไปตามฤดูกาลแล้ว ยังเป็นผลมาจากการเร่งนำเข้าวัตถุดิบของจีน แม้ว่าจะได้มีการสะสมไปบ้างแล้วใน
เดือนกันยายนที่ผ่านมา ทั้งนี้เพราะผู้ประกอบการจีนบางรายหวั่นเกรงผลกระทบจากภัยน้ำท่วมในประเทศไทยทื่อาจ
ยืดเยื้อจนทำให้ผลผลิตสินค้าเกษตรอย่างยางพารา และมันสำปะหลังได้รับความเสียหาย ที่อาจมีผลต่อสต็อกสินค้า
ของจีนตามมาได้
      -  กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมเติบโตเพียงร้อยละ 8.5 เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากการที่สินค้า
ส่งออกในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมหลักๆที่ส่งออกไปจีนต่างปรับตัวลดลง อันได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และ
ส่วนประกอบ(หดตัวร้อยละ 33.9)เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่อง(ลดลงร้อยละ 56.2) วงจรพิมพ์(ลดลง
ร้อยละ 51.4) มอเตอร์และเครื่องกำเนิดไฟฟ้า(ลดลงร้อยละ 36.3)  เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ(หดตัวร้อยละ
9.7) แผงวงจรไฟฟ้า(ลดลงร้อยละ8.6) เป็นต้น ซึ่งมีสัดส่วนรวมกันประมาณร้อยละ 27.6 ของการส่งออกสินค้า
อุตสาหกรรมของไทยโดยรวมไปจีน ทั้งนี้ เพราะส่วนใหญ่เป็นกลุ่มสินค้าที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์นิคม
อุตสาหกรรมและเขตอุตสาหกรรมหลายแห่งในจังหวัดลพบุรี อยุธยา และปทุมธานี ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตของ
อุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศ และคาดว่าเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ดังกล่าว
จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อเนื่องไปยังช่วงเวลาที่เหลือของปี 2554  รวมไปถึงช่วงไตรมาสแรกของปีหน้าด้วย
เพราะการกอบกู้นิคมอุตสาหกรรมที่ถูกน้ำท่วมให้กลับมาพร้อมสำหรับการดำเนินงานของโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ
อาจต้องใช้เวลาพอสมควร จึงเป็นไปได้ว่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมไปจีนนับจากนี้อาจชะลอตัวตามมาอย่างหลีก
เลี่ยงได้ยาก  โดยสินค้าส่งออกไปจีนที่จัดอยู่กลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ผลิตภัณฑ์ยาง
แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ วงจรพิมพ์ มอเตอร์และเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เครื่องจักรกลและ
ส่วนประกอบ เลนซ์ เป็นต้น

p-3.1 copy.jpg
  • การนำเข้าสินค้าขั้นกลางและสินค้าค้าทุนจากจีนชะลอลงตามแนวโน้มการผลิต
         ปัจจุบัน จีนเป็นแหล่งนำเข้าสำคัญอันดับที่สองของไทยรองจากญี่ปุ่น โดยในช่วง 10 เดือนแรกปี 2554 ไทย
นำเข้าจากจีนคิดเป็นมูลค่า 25,703.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (สัดส่วนร้อยละ13.4 ของมูลค่าการนำเข้าโดยรวมของไทย
จากตลาดโลก) และในเดือนตุลาคม 2554 ไทยนำเข้าจากจีนคิดเป็นมูลค่า 2,343.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (สัดส่วน
ร้อยละ12.9 ของมูลค่าการนำเข้าโดยรวมของไทยจากตลาดโลก) เติบโตร้อยละ 17.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน
ซึ่งชะลอตัวลงจากเดือนก่อนหน้าที่เติบโตถึงร้อยละ 33.5 (Y-O-Y) และลดลงจากเดือนกันยายนถึงร้อยละ 16.4
(M-O-M) อีกทั้งยังเป็นมูลค่านำเข้าที่ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่สอง และต่ำสุดในรอบ 8 เดือนด้วย โดยกลุ่มที่ชะลอ
ตัวลงอย่างชัดเจนคือกลุ่มสินค้าวัตถุดิบ/กึ่งสำเร็จรูป และสินค้าทุนตามแนวโน้มการผลิตเพื่อการส่งออกที่ชะลอตัวลง

p-3.2 copy.jpg

        - การเติบโตของสินค้าขั้นกลางและสินค้าทุนในเดือนตุลาคม 2554 เติบโตร้อยละ 28 และร้อยละ 13.6 เมื่อเทียบ
จากช่วงเดียวกันปีก่อน ชะลอตัวลงจากอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อเดือนที่ร้อยละ 35.2  และร้อยละ  26.2 ตามลำดับใน
ช่วง 9 เดือนแรกปี 2554  ทั้งนี้ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นผลจากการที่ต้องเผชิญทั้งการชะลอตัวของความต้องการในตลาดโลก
และการหยุดชะงักของภาคการผลิตภายประเทศไทยจากเหตุมหาอุทกภัยที่ครอบคลุมพื้นที่ในวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่
นิคมอุตสาหกรรมและเขตอุตสาหกรรมหลายแห่งในจังหวัดลพบุรี อยุธยา และปทุมธานี รวมไปถึงโรงงานบางส่วนใน
พื้นที่เสี่ยง เช่น กรุงเทพฯและสมุทรสาคร ที่ต้องตกอยู่ภายใต้บรรยากาศความกังวลเพื่อเตรียมรองรับสถานการณ์น้ำ
โดยสินค้าที่ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจนได้แก่กลุ่มคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบที่มีสัดส่วนเกือบร้อยละ 10
ของการนำเข้าของไทยจากจีนโดยรวม ที่ลดลงถึงร้อยละ 23.2(Y-O-Y)
        - สินค้าเกี่ยวเนื่องกับการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำท่วมหลายรายการยังพยุงตัวไว้ได้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องปั๊มน้ำ 
เรือ เครื่องแต่งกายสำหรับลุยน้ำ ถุงใส่ภาชนะขนาดต่างๆ ผักและผลไม้  รวมไปถึงเครื่องฉีดน้ำความดันสูงและเคมีภัณฑ์
สำหรับรองรับการทำความสะอาดของผู้คนในพื้นที่ที่น้ำลด เป็นต้น เนื่องจากจีนเองก็นับเป็นโรงงานอุตสาหกรรมของโลก
ที่มีการผลิตสินค้าได้อย่างหลากหลายและมีระดับราคาไม่แพงมากนักนั้น ทำให้สินค้าหลายรายการสามารถตอบสนอง
ความต้องการของผู้บริโภคไทยในภาวะวิกฤตน้ำท่วมได้ไม่ใช่น้อย สะท้อนได้จากยอดการนำเข้าเรือและสิ่งก่อสร้างลอย
น้ำที่เติบโตถึงร้อยละ 709.6(Y-O-Y) กลุ่มสินค้าเคมีภัณฑ์ที่ขยายตัวร้อยละ 101.5 (Y-O-Y)  รวมทั้งกลุ่มผักผลไม้และ
เครื่องปรุงแต่งที่ทำด้วยผักและผลไม้ซึ่งเติบโตร้อยละ 21.4(Y-O-Y) เครื่องจักรไฟฟ้าและอุปกรณ์ที่เติบโตร้อยละ 12
(Y-O-Y)  หรือผลิตภัณฑ์พลาสติกที่เติบโตร้อยละ 8.1(Y-O-Y) เป็นต้น
         - ไทยยังคงเป็นฝ่ายเสียเปรียบดุลการค้าให้จีน แม้อัตราการเติบโตของการส่งออกไทยไปจีนในเดือนตุลาคมจะ
ขยับตัวเพิ่มขึ้น
เหนืออัตราการเติบโตของการนำเข้าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยการส่งออกไปจีนเพิ่มขึ้นร้อยละ
21.1 (Y-O-Y)  ขณะที่การนำเข้าเพิ่มขึ้นร้อยละ (Y-O-Y)  แต่ก็ยังคงเป็นไทยที่เสียเปรียบดุลการค้าให้แก่จีนที่ 43 ล้าน
ดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม นับเป็นยอดขาดดุลที่ต่ำที่สุดของปีนี้ที่ส่วนใหญ่อยู่ในระดับเกินกว่า 300 ล้านดอลลาร์
สหรัฐฯต่อเดือน ยังผลให้ยอดขาดดุลการค้าของไทยต่อจีนในช่วง 10 เดือนแรกปี 2554 จึงต่ำกว่ายอดขาดดุล 2,375.9
ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเดียวกันปีก่อน มาอยู่ที่ระดับ 2,153.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

  • โอกาสด้านการค้ากับจีน...ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกซบเซา
         ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า สถานการณ์การค้าระหว่างไทย-จีนในปี 2555 อาจจะไม่ร้อนแรงนักเมื่อเทียบกับปี 
2553-2554 ท่ามกลางตลาดหลักอื่นๆที่ทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูง โดยไทยอาจเข้าสู่ตลาด
จีนด้วยการอาศัยโอกาสจากนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมสีเขียวของทางการจีน ความตกลงทางเศรษฐกิจในกรอบที่
กว้างขวางขึ้นของจีนและอาเซียนที่อาจเป็นโอกาสในการเพิ่มน้ำหนักความสำคัญทางการค้าและการลงทุนกับประเทศสำคัญ
ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่คาดว่าจะกลายเป็นเครื่องจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกนับจากนี้ ท่ามกลางภาวะ
เปราะบางของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และยุโรป
         - พื้นฐานการบริโภคในประเทศจีนที่แข็งแกร่งมากขึ้นจากนโยบายภาครัฐ ที่ทำให้คาดว่ารายได้ต่อหัวของประชากรใน
เมืองจะเพิ่มขึ้นจาก 19,109 หยวน/คน/ปี ในปี 2553 ไปอยู่เหนือกว่า 26,810 หยวน/คน/ปี ในปี 2558  น่าจะมีส่วนช่วย
ผลักดันให้ความต้องการนำเข้าสินค้าของจีนยังคงขยายตัวได้ในปี 2555 จากเดิมที่ในปี 2553 จีนมีสถานะเป็นผู้นำเข้าสินค้า
จากทั่วโลกเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐฯ และทำสถิติเข้าใกล้สหรัฐฯ มากขึ้นทุกขณะในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จึงน่าจะเป็น
โอกาสของการส่งออกสินค้าอุปโภคบริโภคสำหรับผู้ส่งออกทั่วโลกและไทย โดยเฉพาะเมืองที่มีศักยภาพการเติบโตในธุรกิจ
ค้าปลีกในอัตราสูง เช่น ยูนนาน เทียนสิน หนิงเซี๊ยะ อันฮุย เจียงซี กุ้ยโจว ไหหลำ เจ้อเจียง และกว่างสี เป็นต้น
         - ความตกลงทางเศรษฐกิจในกรอบต่างๆ เช่น  ASEAN-China FTA ที่มีผลบังคับใช้ไปแล้ว และได้กลายเป็นเขตการค้า
เสรีที่มีประชากรมากที่สุดในโลก
รวมทั้งมีมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกันติดอันดับ 3 ของโลก หรือเป็นรองเพียงเขตเศรษฐกิจยุโรป
และเขตการค้าเสรีอเมริกาเหนือเท่านั้น นอกจากนี้ หากกรอบ ASEAN+3 และ ASEAN+6 มีความคืบหน้ามากขึ้นในปี 2555
ก็น่าจะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการดำเนินการทางการค้าและการลงทุนกับประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่คาดว่าจะมีศักยภาพ
เพิ่มขึ้นตามลำดับในตลาดโลก
         - นโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมสีเขียวของจีน นับว่าเป็นโอกาสของไทยในการส่งออกพืชพลังงาน เช่น มันสำปะหลัง 
รวมถึงเป็นโอกาสของไทยในการรองรับการลงทุนจากจีนเพื่อเป็นฐานการผลิตขั้นต้นน้ำและกลางน้ำในอุตสาหกรรมพลังงาน
ทดแทน นอกจากนั้น นักลงทุนไทยควรศึกษานโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ทั้ง 7 เพื่อแสวงหาโอกาสการลงทุน
ในจีนในอุตสาหกรรมที่นักลงทุนมีความถนัด รวมถึงเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบสิ่งแวดล้อมที่จะมีออก
มามากขึ้นในปี 2555 เพื่อให้การดำเนินธุรกิจในจีนเป็นไปอย่างราบรื่น

กล่าวโดยสรุป มีความเป็นไปได้ที่ การส่งออกของไทยไปจีนในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้อาจชะลอลงตามปัจจัยการ
ชะลอตัวของตลาดจีนเองตามภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ และยุโรปที่ยังอ่อนแรง และความผันผวนในตลาดเงินตลาดทุนโลก
จนอาจจะมีผลให้เศรษฐกิจจีนในช่วงเวลาที่เหลือไม่ร้อนแรงเท่าในช่วงครึ่งแรกปี 2554 นอกจากนี้ ปัจจัยด้านข้อจำกัดของ
ภาคการผลิตในประเทศไทยเองก็อาจจะไม่สามารถรองรับความต้องการของตลาดจีนได้อย่างเพียงพอด้วยเหตุความเสียหาย
จากอุทกภัยครั้งใหญ่ ดังนั้น ภาวะการส่งออกไทยไปจีนส่อแววอ่อนแรงลงบ้างจากระดับร้อยละ 33.2 ในปี 2553 มาอยู่ที่
ร้อยละ 27-30  แต่ทั้งนี้ ตลาดจีนก็จะยังคงเป็นตลาดหลักที่จะมีส่วนช่วยขับเคลื่อนการส่งออกของไทยในปี 2554 ตลอดไป
จนถึงปี 2555 ให้สามารถเติบโตต่อไปได้



จำนวนคนอ่าน 7085  คน

ความคิดเห็น

  • Tike เขียน :

    Phamenenol breakdown of the topic, you should write for me too! http://ipgulnte.com [url=http://hanaeej.com]hanaeej[/url] [link=http://fjjlasxcin.com]fjjlasxcin[/link]

  • Leidy เขียน :

    viagra prodej inzerce

    viagra generika bvandam.com
    Thanks for your ththguos. It's helped me a lot. http://fupuor.com [url=http://zzdzrkf.com]zzdzrkf[/url] [link=http://lcyovfjgdmx.com]lcyovfjgdmx[/link]

  • Kaedon เขียน :

    bentelan torrino

    bentelan per sinusite krishnan.co.in
    De ser p?? billederne tilpas loose og bl??de ud, men billeder er jo altid taknemlige. Men den d??r denim peienlncderdel er jeg N??DT til at eje! Bum!S?? r??b lige H??JT hvis du f??r noget info om den! :D

  • ptqnyxnt เขียน :

    uoIj2M , [url=http://qdjhngvmhrjs.com/]qdjhngvmhrjs[/url], [link=http://dbwjgcnrwtps.com/]dbwjgcnrwtps[/link], http://kgpnfbvrmyxz.com/

  • mklxknu เขียน :

    viagra prodej praha

    viagra cena exlim.net
    nEfacd , [url=http://bidodfksihmn.com/]bidodfksihmn[/url], [link=http://dyhglcuyrhzc.com/]dyhglcuyrhzc[/link], http://wcltmwouunky.com/

  • Moqddas เขียน :

    buy abortion pill kit

    ru 486 abortion pill buy online partickcurlingclub.co.uk
    Wow! That's a raelly neat answer!

แสดงความคิดเห็น

:: โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางโลกการค้าออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวด

พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ มีตัวหนังสืออยู่ในรูปภาพนี้