เศรษฐกิจสหราชอาณาจักรส่งสัญญาณถดถอย...ท่ามกลางเงินเฟ้อพุ่งสูง

โดย 31 กรกฎาคม 2551 19:51

โดย ฝ่ายวิชาการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK)
      นับตั้งแต่เกิดวิกฤตสินเชื่อในสหรัฐฯ เมื่อเดือนสิงหาคม 2550 เศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ทั่วโลกล้วนได้รับผลกระทบ ไม่เว้น
แม้กระทั่งสหราชอาณาจักร ซึ่งนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ามีแนวโน้มจะเข้าสู่ภาวะถดถอยค่อนข้างชัดเจนจากปัญหารุมเร้าหลายด้าน
โดยจะเห็นได้จากในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ภาคอสังหาริมทรัพย์ส่อแววชะลอตัวลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลต่อเนื่องให้ตลาดการเงิน
ขาดสภาพคล่องและเกิดปัญหาสินเชื่อตึงตัว (Credit Crunch) เนื่องจากสถาบันการเงินส่วนใหญ่มีตราสารทางการเงินที่มีสินทรัพย์
ประเภทอสังหาริมทรัพย์ค้ำประกัน (Mortgage-backed Securities) จำนวนมาก เมื่อเกิดปัญหาในภาคอสังหาริมทรัพย์จึงส่งผล
กระทบต่อตลาดเงินในส่วนนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ปัญหาในภาคอสังหาริมทรัพย์ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อตลาดเงินเท่านั้น ยังส่งผล
กระทบต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภคด้วย นั่นคือ ปัญหาเริ่มลุกลามไปถึงภาคครัวเรือนซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักของประเทศ
เนื่องจากการใช้จ่ายของประชาชนมีสัดส่วนถึง 2 ใน 3 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติทีเดียว ไม่เพียงเท่านี้เศรษฐกิจสหราช
อาณาจักรยังเผชิญปัญหาใหญ่เช่นเดียวกับนานาประเทศ นั่นคือ ปัญหาเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดธนาคารกลางอังกฤษ
(Bank of England : BoE) ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 5.0% เพื่อรอดูสถานการณ์เงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น ท่ามกลางเศรษฐกิจ
เริ่มส่อแววถดถอย คำถามต่อไปก็คือ เศรษฐกิจสหราชอาณาจักรจะเข้าสู่ภาวะถดถอยดังเช่นที่คาดกันไว้ หรือจะเป็นเพียงความ
วิตกกังวลกันเท่านั้น??
      ในช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ราคาอสังหาริมทรัพย์ในสหราชอาณาจักรอยู่ในระดับสูงมาโดยตลอด โดยราคาบ้านที่แท้จริงเพิ่ม
ขึ้นเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 140%  เมื่อราคาอสังหาริมทรัพย์สูงขึ้นประกอบกับชาวอังกฤษนิยมจำนองอสังหาริมทรัพย์เพื่อนำเงินมาใช้จ่าย
เพื่อการบริโภค (ส่วนหนึ่งเนื่องจากชาวอังกฤษนิยมถือสินทรัพย์ประเภทอสังหาริมทรัพย์)  ส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์แข่งขันกัน
ดึงดูดลูกค้าโดยการปล่อยสินเชื่อจำนวนมากโดยมีอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักประกัน ทำให้เกิดภาวะฟองสบู่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์
เมื่อเกิดปัญหาวิกฤตสินเชื่อในสหรัฐฯ ลุกลาม จึงส่งผลต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ในสหราชอาณาจักร ทำให้ราคาบ้านเริ่มลดลง
ตั้งแต่ปลายปี 2550 และลดลงต่อเนื่องมาโดยตลอด กระทั่งล่าสุดเมื่อเดือนมิถุนายน 2551 ราคาบ้านในสหราชอาณาจักรลดลง
6.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (ต่ำสุดในรอบ 15 ปี) ขณะที่ยอดจำนองบ้านและที่อยู่อาศัยเดือนมิถุนายน 2551 ลดลงถึง 64%
ทั้งนี้ Capital Economics บริษัทที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจชั้นนำของโลกประเมินว่า ราคาบ้านในสหราชอาณาจักรอาจลดลงถึง 15%
ภายในสิ้นปี 2551 และจะยังคงลดลงต่อเนื่องราว 12% ในปี 2552 นอกจากนี้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International
Monetary Fund : IMF) ยังเตือนว่า สหราชอาณาจักรมีความเสี่ยงสูงที่จะเผชิญภาวะวิกฤตภาคอสังหาริมทรัพย์ต่อจากสหรัฐฯ
      สัญญาณของปัญหาในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่เริ่มลุกลามไปสู่ตลาดเงินแสดงให้เห็นได้จากกรณีของ Northern Rock ซึ่งเป็น
ธนาคารที่ปล่อยสินเชื่อรายใหญ่อันดับ 5 ของสหราชอาณาจักร เป็นธนาคารแห่งแรกที่ประสบปัญหารุนแรงจากภาวะขาดสภาพ
คล่องตั้งแต่กลางปี 2550 ซึ่งต่อมา BoE ได้เข้าช่วยเหลือ และท้ายที่สุดได้ประกาศให้ Northern Rock เป็นกิจการของรัฐชั่วคราว
หลังจากนั้นธนาคารหลายแห่งเพิ่มความเข้มงวดมากขึ้นในการปล่อยสินเชื่อ ประกอบกับปัญหาการขาดความเชื่อมั่นในตราสารทาง
การเงินที่มีอสังหาริมทรัพย์ค้ำประกัน สถาบันการเงินจึงหลีกเลี่ยงที่จะขยายสินเชื่อ ซึ่งรวมถึงการกู้ยืมระหว่างธนาคารด้วยกันเอง
ทำให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น สังเกตได้จากอัตรากู้ยืมระหว่างธนาคาร (London Inter Bank Offer Rate : LIBOR) ที่อยู่ในระดับสูง
(อัตรา LIBOR in British Pounds-1 month เฉลี่ยในเดือนมีนาคม 2551 อยู่ที่ระดับสูงถึง 5.7% แสดงถึงตลาดเงินตึงตัวสูง)
ทำให้เมื่อเดือนเมษายน 2551 BoE ได้ประกาศมาตรการช่วยเหลือโดยให้สถาบันการเงินสามารถนำตราสารที่มีอสังหาริมทรัพย์
ค้ำประกันและตราสารอื่นๆ มาแลกเป็นพันธบัตรรัฐบาล ในวงเงิน 50 พันล้านปอนด์ เพื่อแก้ปัญหาสภาพคล่องระยะสั้น อย่างไร
ก็ตาม อัตรา LIBOR in British Pounds-1 month เฉลี่ยในเดือนมิถุนายน 2551 ยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 5.5% ขณะที่อัตราดอกเบี้ย
นโยบายอยู่ที่ระดับ 5.0%
      ดังเช่นที่ทราบกันว่าทุกวันนี้ ปัญหาเงินเฟ้อนับเป็นปัญหาของทุกประเทศทั่วโลก เนื่องจากต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและราคา
อาหารในตลาดโลกสูงขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ผู้บริโภคต้องแบกรับภาระ ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อในสหราชอาณาจักรสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องมา
ตั้งแต่เดือนกันยายน 2550 จนกระทั่งล่าสุดอัตราเงินเฟ้อในเดือนมิถุนายน 2551 อยู่ที่ 3.8% สูงสุดในรอบ 11 ปี และสูงกว่า
อัตราเงินเฟ้อเป้าหมายที่ระดับ 2.0% ซึ่ง BoE คาดว่าในช่วงครึ่งหลังของปี 2551 อัตราเงินเฟ้อจะพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นกว่า
4.0% โดยมีแรงผลักดันจากราคาน้ำมันในตลาดโลก ที่มีส่วนทำให้ดัชนีราคาผู้ผลิตสูงขึ้น ทั้งนี้ ล่าสุดดัชนีราคาผู้ผลิตเดือน
มิถุนายน 2551 อยู่ที่ 10.0% สูงสุดในรอบ 22 ปี อันเป็นผลจากน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตมีราคาสูงขึ้น
      ประเด็นที่น่าวิตกคือ การคาดการณ์ล่วงหน้าของประชาชน ทั้งนี้ หากทุกคนต่างคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อจะไม่สามารถลดลง
มาอยู่ที่ระดับอัตราเงินเฟ้อเป้าหมายได้แล้ว จะทำให้สหภาพแรงงานเรียกร้องขอปรับเพิ่มค่าจ้างแรงงาน ขณะที่ผู้ผลิตขอปรับขึ้น
ราคาสินค้า ซึ่งจะเป็นการซ้ำเติมภาวะเงินเฟ้อในปัจจุบันให้เป็นไปในทิศทางที่ตึงเครียดยิ่งขึ้นดังเช่นที่คาดการณ์กันในที่สุด
      จากปัจจัยที่รุมเร้าแต่ละด้านได้ส่งผลกดดันให้ผู้บริโภคขาดความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจมากขึ้น โดยบริษัท GfK ซึ่งเป็นบริษัท
วิจัยชั้นนำของเยอรมนี เปิดเผยว่า Gauge of Sentiment
      ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในสหราชอาณาจักรเดือนพฤษภาคม 2551 ลดลง 5 จุด จากเดือนก่อน เหลือ -34 
จุด ซึ่งใกล้ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เริ่มมีการจัดทำดัชนีดังกล่าว
      ในปี 2533 (ระดับต่ำสุดคือ -35) เนื่องจากผู้บริโภคส่วนใหญ่เชื่อว่าเศรษฐกิจสหราชอาณาจักรกำลังเข้าสู่ภาวะถดถอย 
รวมทั้งกังวลเรื่องราคาน้ำมันและราคาอาหารที่อยู่ในระดับสูงและยังมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อไปอีก
      ตั้งแต่กลางปี 2550 เป็นต้นมา เศรษฐกิจสหราชอาณาจักรขยายตัวในอัตราชะลอลงอย่างต่อเนื่องจาก 0.7% (q-o-q) 
ในไตรมาส 3 ปี 2550 เหลือ 0.3% (q-o-q) ในไตรมาสแรกปี 2551 ซึ่งต่ำสุดในรอบ 3 ปี เนื่องจากการลงทุนก่อสร้างที่อยู่
อาศัยและผลผลิตภาคอุตสาหกรรมลดลง ขณะที่แรงกดดันจากราคาบ้านที่ลดลงส่งผลให้การใช้จ่ายเพื่อการบริโภคภาค
เอกชนชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ยังมีรายงานว่าบริษัทชั้นนำหลายแห่ง โดยเฉพาะ
บริษัทด้านอสังหาริมทรัพย์ ประกาศปลดพนักงานมากขึ้นเพื่อเตรียมรับมือกับภาวะเศรษฐกิจที่มีสัญญาณชะลอลง
จากดัชนีทางเศรษฐกิจด้านต่างๆ ที่สะท้อนว่าเศรษฐกิจมีแนวโน้มแย่ลง ทำให้สถาบันการเงินชั้นนำหลายแห่งทยอยปรับลด
ประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักร ซึ่งกระทรวงการคลังสหราชอาณาจักรได้รวบรวมและ
ประมาณการอัตราการขยายตัวเฉลี่ยของเศรษฐกิจสหราชอาณาจักรปี 2551 ว่าจะชะลอการขยายตัวลงเหลือราว 1.75-2.25%
ในปี 2551 และ 2.5-3.0% ในปี 2552 ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์หลายสำนักคาดว่าเศรษฐกิจสหราชอาณาจักรจะชะลอการ
ขยายตัวลงเหลือเพียง 1.3% ในปี 2551
      ในภาวะเช่นนี้ จึงเป็นการยากลำบากสำหรับ BoE ในการดำเนินนโยบายการเงินว่าจะเลือกให้ความสำคัญกับประเด็นเงิน
เฟ้อดังเช่นหลายประเทศในยุโรปหรือจะเลือกกระตุ้นเศรษฐกิจให้พ้นจากภาวะถดถอย แต่ดูเหมือนทางเลือกจะมีไม่มากนัก
เพราะอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นท่ามกลางเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้ BoE ยังไม่กล้าที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ในทางกลับกัน
หากจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อบรรเทาภาวะชะลอตัวอย่างรุนแรงในตลาดอสังหาริมทรัพย์และกระตุ้นเศรษฐกิจก็เป็นไป
ได้ยาก ดังนั้น ในขณะที่แรงกดดันยังรุมเร้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เช่นนี้ หนทางที่ดีที่สุดน่าจะเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยโดยติดตาม
ภาวะเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด
      อย่างไรก็ตาม นอกจากปัจจัยทางเศรษฐกิจจะเป็นตัวกำหนดทิศทางเศรษฐกิจแล้ว การคาดการณ์ (Expectation) ตลอด
จนความวิตกกังวลของประชาชนยังเป็นตัวกำหนดทิศทางเศรษฐกิจที่สำคัญอีกด้วย เพราะเมื่อประชาชนวิตกกังวลว่าเศรษฐกิจ
จะเข้าสู่ภาวะถดถอย อาจยิ่งเป็นการซ้ำเติมให้เศรษฐกิจถดถอยเร็วขึ้นไปอีก ล่าสุดจากการสำรวจความคิดเห็นของหนังสือพิมพ์
Sunday Times ในเดือนมิถุนายน 2551 พบว่าประชาชน 46% คาดว่าเศรษฐกิจสหราชอาณาจักรจะเข้าสู่ภาวะถดถอยภายใน
12 เดือน เพิ่มขึ้นจากการสำรวจในเดือนพฤษภาคม 2551 ถึง 15% จึงเป็นประเด็นที่น่าจับตามองว่า เศรษฐกิจสหราชอาณาจักร
จะเป็นเช่นไร และทางการจะมีมาตรการแก้ไขปัญหาอย่างไรต่อไป   
      เศรษฐกิจสหราชอาณาจักรจะเป็นเช่นไรต่อไปนับเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการไทยควรจับตามองอย่างใกล้ชิด เนื่องจาก
สหราชอาณาจักรเป็นตลาดส่งออกสำคัญอันดับ 2 ของไทยในสหภาพยุโรปรองจากเนเธอร์แลนด์ โดยในช่วง 5 เดือนแรก
ปี 2551 การส่งออกของไทยไปสหราชอาณาจักรขยายตัว 7.5% ด้วยมูลค่า 1,521 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  ทั้งนี้ สินค้าส่งออก
ของไทยไปสหราชอาณาจักรหลายกลุ่มสินค้ายังขยายตัว ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มสินค้าอาหาร อาทิ ไก่แปรรูป (ขยายตัว 49.2%)
อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป (ขยายตัว 6.3%) ข้าว (ขยายตัว 122.7%) ผลไม้กระป๋องและแปรรูป (ขยายตัว 30.9%)
กุ้งสดแช่เย็นแช่แข็ง (ขยายตัว 59.4%) เป็นต้น กลุ่มสินค้าอุปโภค อาทิ เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน (ขยายตัว 10.4%)
รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ (ขยายตัว 74.6%) เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ (ขยายตัว 19.8%) และกลุ่ม
สินค้าทุน อาทิ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ (ขยายตัว 52.7%) เป็นต้น
      อย่างไรก็ตาม หากเศรษฐกิจสหราชอาณาจักรต้องเผชิญกับภาวะถดถอยดังเช่นหลายฝ่ายคาดการณ์ ท่ามกลางปัญหา
เงินเฟ้อรุมเร้า มีความเป็นไปได้สูงที่ภาคธุรกิจและภาคครัวเรือนจะเพิ่มความระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอย ซึ่งในที่สุด
จะส่งผลต่อเนื่องไปถึงความต้องการนำเข้าสินค้าที่จะชะลอลง จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ประกอบการไทยจะต้องเฝ้าติดตาม
สถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันควรเตรียมปรับกลยุทธ์ในการส่งออกเพื่อบรรเทาผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นดังกล่าว
      สำหรับสินค้าที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบโดยตรงในลำดับต้นๆ ได้แก่ กลุ่มสินค้าเกี่ยวเนื่องกับอสังหาริมทรัพย์ อาทิ 
เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน เครื่องตกแต่งบ้าน ตลอดจนอุปกรณ์และเครื่องใช้ในครัวเรือน ซึ่งสหราชอาณาจักรเป็นตลาดส่งออก
สำคัญอันดับ 3 ของไทย รองจากญี่ปุ่นและสหรัฐฯ นอกจากนี้ กลุ่มสินค้าอุปโภค โดยเฉพาะสินค้าฟุ่มเฟือย คาดว่าจะได้
รับผลกระทบเช่นกัน เนื่องจากการที่ผู้บริโภคมีรายได้เท่าเดิมท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ย่อมส่งผลให้ความมั่งคั่งของ
ผู้บริโภคลดลง และกระทบต่อความต้องการจับจ่ายใช้สอยในระดับหนึ่ง ขณะเดียวกันหากสถานการณ์เศรษฐกิจเลวร้ายลง
กว่าเดิมก็อาจส่งผลกระทบไม่เว้นแม้กระทั่งการใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้าจำเป็น เช่น อาหาร ทั้งอาหารสำเร็จรูปและวัตถุดิบเพื่อ
ใช้ประกอบอาหาร โดยเฉพาะเพื่อรองรับความต้องการของร้านอาหารไทยในสหราชอาณาจักร ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนเกือบ
1,700 ร้าน รวมถึงร้านค้า/ซูเปอร์มาร์เก็ตที่จำหน่ายอาหารไทยอีกมากพอสมควร ดังนั้น หากผู้บริโภคชาวอังกฤษมีแนวโน้ม
ลดการใช้จ่ายเนื่องจากประสบปัญหาทางการเงิน ย่อมส่งผลต่อการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ รวมถึงสินค้าไทยอย่าง
หลีกเลี่ยงไม่ได้
 
 

จำนวนคนอ่าน 3839  คน

ความคิดเห็น

  • Miracle เขียน :

    Ah yes, nicely put, evoeeynr. http://uvumjmoujha.com [url=http://rjqgiobw.com]rjqgiobw[/url] [link=http://nlmxim.com]nlmxim[/link]

  • Charleigh เขียน :

    Gosh, I wish I would have had that intmaorfion earlier! http://rdrarcltn.com [url=http://jymthc.com]jymthc[/url] [link=http://ouqmcuidc.com]ouqmcuidc[/link]

  • Cayle เขียน :

    naltrexone reviews reddit

    naltrexone oral reviews redirect
    That looks incredibly tasty.On a sidenote, I ended up on your blog from a random comment you made on norecipes.com. You mentioned you had some mindblowing horchata in Belize, and as I'm looking to travel there shortly, I'd love to know where it was you got it, if you happen to remebmer.Thanks in advance.

  • oggbovky เขียน :

    viagra cena na predpis

    viagra wiki read here
    MIUssC , [url=http://wahuldqhrlvc.com/]wahuldqhrlvc[/url], [link=http://xedogztrpubv.com/]xedogztrpubv[/link], http://sebaauuijzuc.com/

  • yusdej เขียน :

    OyVfFn , [url=http://jrdrqdfbzbln.com/]jrdrqdfbzbln[/url], [link=http://tyhjnmnyatwi.com/]tyhjnmnyatwi[/link], http://lcdgkbvhvxlr.com/

  • Evelyn เขียน :

    Hey hey hey, take a gnader at what' you've done

  • Medrane เขียน :

    This info is the cat's paajams!

  • cmtrdvnxt เขียน :

    Diduh4 , [url=http://upgzjwzwinjv.com/]upgzjwzwinjv[/url], [link=http://yiwzefapeaca.com/]yiwzefapeaca[/link], http://uozvzepypklr.com/

  • sbtngarcap เขียน :

    amlodipin krka

    amlodipin
    LMLiWC , [url=http://sjeoqgpbklwv.com/]sjeoqgpbklwv[/url], [link=http://dwincklkxdmc.com/]dwincklkxdmc[/link], http://xsmvcsmhcdnp.com/

  • Tori เขียน :

    melatonin weed withdrawal

    melatonin and weed
    I love reading these articles because they're short but infroamitve.

แสดงความคิดเห็น

:: โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางโลกการค้าออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวด

พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ มีตัวหนังสืออยู่ในรูปภาพนี้