ดร. วีรศักดิ์ จินารัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ “กระทรวงพาณิชย์เป็นคนตัดถนนหนทางการค้าให้เอกชน”

โดย 16 พฤศจิกายน 2552 23:57

เศรษฐกิจโลกที่ถดถอย ส่งผลให้ประเทศต่างๆ จำเป็นต้องลดการนำเข้าสินค้า เพื่อรักษาเงินตราต่างประเทศไว้แก้ปัญหาภายในประเทศ ด้วยเหตุนี้ ประเทศไทยจึงได้รับผลกระทบโดยตรง เมื่อการส่งออก ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญขยายตัวติดลบด้วยตัวเลขที่ไม่พึงปรารถนา กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะที่มีหน้าที่หลักในการผลักดันการค้าของประเทศ จึงต้องทำงานหนัก ทั้งในด้านการวางกลยุทธ์เพื่อช่วงชิงยอดการส่งออกของไทยให้กลับคืนสู่ปกติ และการเป็นทัพหน้าช่วยเหลือผู้ส่งออกในการหาตลาดใหม่ๆ เพื่อชดเชยตลาดเก่าๆ ที่กำลังมีปัญหา

          นิตยสารโลกการค้า ได้มีโอกาสเข้าพบ รศ.ดร. วีระศักดิ์ จินารัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ ในวันที่เพิ่งเดินทาง
กลับจากประเทศสหรัฐอเมริกา พร้อมกับความสำเร็จที่มองเห็นช่องทางที่จะเจาะเข้าสู่ใจกลางของสหรัฐฯ ได้อย่างไม่ยากนัก
ทราบว่าท่านเพิ่งเดินทางกลับจากอเมริกา มีข่าวดีอะไรบ้าง 
ก็ถือว่าดีพอสมควร คือเราไปอเมริกา เพื่อาไปทำการตลาดใน midland ในส่วนตรงกลางของทวีปอเมริกาเหนือ เช่น เดนเวอร์ ลาสเวกัส ซึ่ง
สินค้าไทยยังเข้าไปน้อยมาก เราพยายามจะผลักดันให้สินค้าไทยเข้าไปให้ได้ อย่างในลาสเวกัส ซึ่งผู้ประกอบการไทยไปออกบู๊ทแสดงสินค้า
ไปดูว่าแฟชั่นของอเมริกาตอนนี้ เทรนด์เป็นอย่างไร มีผู้ประกอบการ 5-6 รายที่นำสินค้าไปแสดง และปรากฏว่าก็มีคำสั่งซื้อทันที 1.2 ล้าน
เหรียญสหรัฐฯ และเราคิดว่าในปีนี้เราจะได้ถึง 2.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จากนั้นเราก็ไปเดนเวอร์ เพื่อไปโปรโมทการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching)
กับผู้ประกอบการที่นั่น ไปคุยกับเวิร์ลเทรดเซ็นเตอร์ หาทางทำข้อตกลงการทำงานร่วมกัน ระหว่างประเทศไทยกับเวิร์ลเทรดเซ็นเตอร์ ของเดนเวอร์
เสร็จแล้วผมก็ไปไมอามี โดมินิกัน รีพับลิก ประเทศในแถบทะเลแคริบเบียน เพื่อไปดูช่องทางว่าสินค้าไทยต่อไปนี้ จะเข้ามาประกอบการใน
โดมินิกันรีพับลิก ในฟรีโซนของเขาได้ไหม เพราะว่าประเทศแถบแคริบเบียนนี้ ได้รับสิทธิพิเศษกับอเมริกา ส่งสินค้าไปอเมริกาไม่ต้องเสียภาษี
สินค้าที่สำคัญๆ ของโดมินิกันที่ผมคิดว่าเราเข้าไปได้ก็คือพวกสปอร์ตแวร์ สินค้าเสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ ยาง ออโต้พาร์ท หรือรถยนต์
          กลับมาเที่ยวนี้ผมก็จะเชิญประธานบริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประธานบริษัทมิตซูบิชิ มาหารือว่าเราจะส่งรถยนต์เข้าไปขายในประเทศแถบ
แคริบเบียน คอสตาริก้า เปอร์โตริโก้ เราจะเพิ่มยอดขายอย่างไร ผมก็ได้ทำนัดหมายไปแล้ว จะให้ผมไปหาเอง หรือจะมาพบที่นี่ เพื่อดูว่า
กระทรวงพาณิชย์จะช่วยอะไรได้บ้าง เพื่อให้สินค้าประเภทเครื่องยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ ไฟฟ้า จะเคลื่อนเข้าไปได้อย่างไร เพื่อลดการติดลบ
ด้านการส่งออกของประเทศ
ผ่านมาตลาดด้านนี้ยังน้อยอยู่ 
ยังน้อยมาก ถ้าเราไปเพิ่มตรงนั้นได้ มันก็จะเคลื่อนตัวได้เร็วขึ้น กระทรวงพาณิชย์เราจะทำทั้งงานเล็กงานใหญ่พร้อมๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นส่วน
ที่ชาวบ้านทำ เช่นสินค้าโอทอป หรือพรีเมี่ยม โพรดักส์ หรือส่วนที่บริษัทอุตสาหกรรมใหญ่ๆ ทำ เราก็พร้อมที่จะทำให้
แสดงว่าตอนนี้มองอเมริกาแบบแยกส่วน 
คือเราพยายามจะหาช่องทางให้ผู้ประกอบการไทยของเรา หาวิธีที่จะเคลื่อนย้ายวัตถุดิบของเราไปผลิตในประเทศ ซึ่งได้รับสิทธิพิเศษทาง
การค้าอยู่ อย่างโดมินิกัน เราไปผลิต แล้วก็ส่งไปอียูก็ได้ อเมริกาก็ได้ ในขณะที่เราส่งจากประเทศไทยตรงไปอียู อมริกา ก็จะมีกำแพงภาษีมากมาย
มีผู้ประกอบการสนใจยื่นความจำนงที่จะไปตั้งกิจการที่โน่นมาบ้างหรือยัง 
ตอนนี้เราเพิ่งกลับมา เราคงต้องเชิญประชุมสภาอุตสาหกรรม หอการค้า เพื่อชี้แจงให้ผู้ประกอบการในประเทศไทยเข้าใจ และเปลี่ยนวิธีคิด
ในการประกอบการ เราได้มีการประชุมผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าของเราทั่วโลก พูดให้ฟังว่าต่อไปนี้เราจะเคลื่อนกันอย่างไร ตลาด
อเมริกาตอนนี้ ก็ถือว่ายังเป็นตลาดที่ยังไม่ควรมองข้าม เรายังมีช่องทาง ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์เราจะเคลื่อนทั้ง New Market และ Old Market
แต่อเมริกาเป็นตลาดอันดับหนึ่งของไทย เราจะเคลื่อนทั้ง New Market และ Old Market ก็คือใน Midland อย่างเช่น เดนเวอร์ ลาสเวกัส
คนไทยยังขายของน้อยอยู่ เราก็จะไปผลักดัน ถ้าตลาดอมเริกาเพิ่มขึ้น 1% ได้ มันก็จะเคลื่อนยอดการส่งออกของเราที่มันติดลบให้ติดลบน้อยลงได้
เราจะมองทุกตลาด
างแผนไปประเทศไหนต่อ 
จะไปยูเครน อุซเบกิสถาน คือผมมองว่าตอนนี้กระทรวงพาณิชย์ต้องหาตลาดใหม่ๆ ให้ผู้ประกอบการ อย่างยูเครน อุซเบกิสถาน เราก็ต้อง
ไปดูว่าจะค้าขายอะไรได้บ้าง ไปพูดคุยกับรัฐมนตรีของเขา และไปประชุมร่วมกับหอการค้าของเขา ว่าอยากได้สินค้าอะไร เราก็จะนำหอการค้าของเรา
สภาอุตสาหกรรมของเราไปคุย กระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่พาผู้ประกอบการไทยไปค้าขาย เราก็ต้องเป็นลีดเดอร์ เป็นคนไปตัดถนนหนทางการค้าให้
ถ้าภาคเอกชนไปกันเอง อาจจะไม่ได้รับการต้อนรับเท่าที่ควร หรือไม่ได้รับความสะดวก ถ้าเป็นเรื่องของราชการคุยกัน ทุกอย่างก็คงจะง่ายขึ้น
นั่นเป็นหน้าที่ของเรา เราไม่มีหน้าที่ไปขายของ แต่เราพาเขาไปขาย
ท่านมองว่าการส่งออกของไทยในภาพรวมมีแนวโน้มอย่างไร 
ผมว่าประเทศไทยมีศักยภาพสูงมาก เพราะเป็นประเทศที่ผลิตสินค้าอาหาร สินค้าเกษตร และเป็นสินค้าที่มี skill คือจุดแข็งของประเทศไทย
ก็คือ สินค้าอาหาร สินค้าเกษตร และสินค้าที่ใช้ฝีมือ เช่นพวกแฟชั่น พวกเฟอร์นิเจอร์ พวกเครื่องประดับ เพราะคนไทยเป็นคนที่มีฝีมือ คุณภาพจะดี
กว่าประเทศอื่น เพราะตอนที่ไปประเทศต่างๆ อย่างไม้แกะสลักนี่เขาสู้เราไม่ได้
ยุทธศาสตร์การส่งออกของเราจะปรับเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างไรบ้างหรือไม่ 
ขณะนี้ยุทธศาสตร์การค้าของกระทรวงพาณิชย์เป็นยุทธศาสตร์ใหม่ ที่เราเรียกว่า ยุทธศาสตร์ความเชื่อมโยงการค้าในประเทศกับต่างประเทศ
Local to Global ตามยุทธศาสตร์นี้ เราต้องพยายามขับเคลื่อนประเทศของเราที่มีศักยภาพให้ออกไปสู่ต่างประเทศให้ได้ ให้มันเหมาะสมกับความ
ต้องการของตลาดให้ได้ ตอนนี้กระทรวงพาณิชย์ต้องทำหน้าที่เหมือนกับ Marketing Research หรือต้องไปดูในด้านของ Demand Side ความต้องการ
ของแต่ละภูมิภาค แต่ละทวีปทั่วโลก ความต้องการแตกต่างกันอย่างไร และเราจะดันสินค้าในประเทศไทยให้มัน match กันอย่างไร อย่างเช่นจีน
ต้องการสินค้าอะไร ยุโรปต้องการอะไร อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้คืออะไร ตะวันออกกลางคืออะไร ญี่ปุ่น เกาหลีคืออะไร เราจะผลักดันสินค้าแต่ละ
ภูมิภาคให้มัน match กับความต้องการ แล้วเราก็จะฝึกอบรมผู้ประกอบการ เรามีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าอยู่แล้ว อบรมให้ผู้ประกอบการมีความรู้ว่า
จะผลิตสินค้าตัวเองให้เหมาะสมกับตลาดอย่างไร ไม่ใช่เราผลิตอะไรในสิ่งที่เราอยากจะผลิต แต่ต่อไปนี้ประเทศไทยจะต้องผลิตในสิ่งที่ตลาดต้องการ
อย่างเช่นจะต้องผลิตสินค้าให้ Internationalize มากขึ้น อย่างซอสพริก ซอสมะเขือเทศต้องผลิตให้มันหลากหลายรสชาติมากขึ้น ว่าอย่างนี้ตรงกับ
ชาวสเปนชอบนะ ไปดัดแปลงรสชาติให้ตรงกับที่ชาวสเปนชอบ ชาวลาวชอบ ชาวฝรั่งเศสชอบ ไม่ใช่คุณจะมาขายซอสพริกของเราเอง เราจะพยายาม
ส่งเสริมผู้ประกอบการผลิตสินค้าให้มันหลากหลายมากขึ้น ให้มัน match กับความต้องการของเขา
สำหรับตลาดจีน ท่านมีกิจกรรมทางการค้าอย่างไรบ้าง เพราะจีนได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกน้อยมาก 
ตอนนี้ภาพรวมการค้าไทย-จีนมีมูลค่า ทางการค้าอยู่ที่ 36,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เราให้ความสำคัญกับตลาดจีนมาก ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์
พยายามนำสินค้าไปขายประเทศจีนโดยใช้ยุทธศาสตร์ Local to Global คือเราแบ่งประเทศไทยออกเป็น 4 ภาค ภาคเหนือ ภาคกลาง-ตะวันออก
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ โดยเอาสินค้าที่เป็น Premium Products ของแต่ละภาค ที่เหมาะสมกับมณฑลนั้นๆ ของจีน โดยไปเชื่อมโยง
กับ Regional Hub ที่จีน นำผู้ประกอบการจากภาคต่างๆ ไปร่วมงานออกบู๊ทแสดงสินค้าและขายสินค้า เป็นงาน International Trade และผู้ประกอบการ
ก็พอใจมาก เมื่อวันก่อนผมก็ไปประชุมที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ขอนแก่น ก็ผู้ประกอบการของภาคตะวันออกฉียงเหนือและภาคเหนือบางส่วน
มาประชุม อบรม พัฒนาผู้ประกอบการ โดยนำผู้มีประสบการณ์มาให้ความรู้เพื่อเตรียมตัวไปเฉินตู กับหนานหนิง นี่ก็เป็นการพัฒนาและเคลื่อนย้าย
สินค้าที่เป็น Local ไปสู่ Global โดยอาศัยจีนเป็นประตู ซึ่งอยู่ใกล้ชิดไทย ก่อนจะเคลื่อนไปสู่ยุโรปอเมริกา หรือทางญี่ปุ่นในโอกาสต่อไป
          ก็หมายความว่าตอนนี้ ผู้ประกอบการของเราก็มีหลายส่วน ส่วนที่ส่งออกอยู่แล้ว เราก็พยายามหาตลาดใหม่ให้ ส่วนที่อยากจะเป็นผู้ส่งออก 
เราก็ผลักดันไปหางานแฟร์ งานเอ็กซิบิชั่น เพื่อให้เรียนรู้การขายส่ง อะไรต่างๆ เพราะว่ากระทรวงพาณิชย์เรามีนโยบายที่จะผลักดันผู้ประกอบการของ
ไทยเป็น New Exporter ไม่ใช่ไปขายปลีก ไม่ใช่ไปงานแฟร์แล้วไปขายปลีกกัน แต่เราต้องการให้เป็นขายส่ง ให้ไปได้เงินเพราะเอาของไปขายที่
โน่นเลย และประสานกับคนจีนโดยเราก็บอกว่าให้ไปเป็นพาร์ทเนอร์กับคนจีน คนจีนช่วยขายให้ เป็นดิสทริบิวเตอร์เอง แต่ต้องพาร์ทเนอร์กับเขา
ไม่ใช่รอขายที่บ้าน ตอนนี้เกษตรกรของเราเอง ข้าวก็ดี หรือสินค้า ผลิตภัณฑ์ต่างๆ พวกเสื้อผ้า พวกเฟอร์นิเจอร์ โอทอปทั้งหลายของเรามักจะรอให้
เขามาซื้อในราคา FOB ถ้าเราส่งถึงที่เป็นราคา CIF และมี Distributor ก็ทำให้เรามีกำไรเพิ่มขึ้น มี margin เพิ่มขึ้น เราจะพยายามผลักดันให้เขาเป็น
Exporter นั่นคือสิ่งที่เรากำลังทำงานอยู่ ส่วนไหนที่ผลิตให้ Trading Firm ก็ผลิตไป เช่นข้าวบางบริษัทก็บรรจุถุงในนามต่างประเทศก็ทำไป แต่ต้อง
สร้างแบรนด์ของตัวเองส่งไปด้วย
จีนเขาตอบรับสินค้าเราอย่างไรบ้าง 
คือจีนเองเขาตอบรับมากอยู่แล้ว เพราะตลาดเขาใหญ่มาก แต่ปัญหาเรื่องกฎระเบียบการนำเข้าก็ดี เรื่องการขนส่งก็ดี ซึ่งต้องใช้เวลา มีการ
ตรวจสอบ Certify สินค้า ทั้งผักผลไม้ ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่เราก็พยายามบอกผู้ประกอบการว่าเราต้องพัฒนาสินค้าให้มีมาตรฐาน จะต้องมีการ
ตรวจสอบมาก ไม่เช่นนั้นจะมีการ Reject สินค้าของเรา
ท่านมองว่าสินค้าไทยอะไรที่เป็นสินค้าดาวรุ่งที่จะเข้าไปเจาะตลาดจีน 
สินค้าที่เป็นดาวรุ่งที่ไปเจาะตลาดจีนได้ ก็คือสินค้าอาหารประเภทอบแห้ง พวกอาหารกระป๋อง อาหารแห้งซึ่งของเขาไม่มี รวมถึงผลไม้อบแห้ง
ผลไม้สดบางประเภท เช่น กล้วยไข่ มังคุด ทุเรียน ซึ่งเป็นผลไม้หลักของเรา และสิ่งที่จะไปแข่งขันกับเขาได้บ้างก็น่าจะเป็นพวกเสื้อผ้าแฟชั่น ของเรา
แฟชั่นคุณภาพจะดีกว่า เดี๋ยวนี้คนจีนก็เลือกบริโภคเหมือนกัน เขารู้ว่าสินค้าแต่ละอย่างมีเกรดไม่เหมือนกัน เรายังมีโอกาสอีกมากมาย
ปัญหาอุปสรรคหลังลดภาษีหลังการลงนามเอฟทีเอแล้ว ยังมีภาษีมณฑล 
แน่นอน ยังมีภาษีมณฑล ภาษีแวตแต่ละมณฑลก็ไม่เหมือนกัน การนำเข้าสินค้าที่กวางโจว การขนส่งไปเปิดตู้คอนเทนเนอร์ที่หนิงเซี๊ยะ
อะไรต่างๆ ภาษีก็ไม่เหมือนกัน
การทำเอฟทีเอ ไม่มีผลทำให้การลดข้อจำกัดของแต่ละมณฑลลดข้อจำกัดหมดไปด้วย 
เอฟทีเอจะมีผลปีหน้า แต่แต่ละมณฑลเขาก็มีกฎระเบียบของเขาเหมือนกัน ของเราก็มีกฎระเบียบของเราเหมือนกัน
เรื่องกฎสุขอนามัย ได้ข่าวว่าทางจีนพยายามจะใช้กฎเดียวกับอียู 
ทุกประเทศต้องทำเหมือนกันหมด เพราะว่าต่อไปนี้มาตรฐานเรื่องสุขภาพอนามัยก็ต้องเหมือนกันทั่วโลก เราถึงได้บอกผู้ประกอบการตลอดเวลา
ว่าขอให้ผลิตสินค้าให้ได้มาตรฐานจะได้ลดปัญหาการนำเข้า ทุกประเทศทำอย่างนี้ และทุกประเทศก็จะทำเรื่องของโควต้านำเข้า ปกป้องสินค้าภายใน
ประเทศของตนเอง
ประเด็นส่งท้าย อยากให้ท่านมองว่า ขณะนี้ผู้ส่งออกของเรา ตั้งแต่เกษตรกร จนถึงผู้ผลิต ควรจะปรับตัวในภาวะนี้อย่างไร 
สิ่งที่ผู้ผลิตในประเทศจะต้องปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของตลาด ไม่ว่าคุณจะผลิตอะไรก็ตาม เป็นเกษตรกรก็ดี หรือภาคอุตสาหกรรมก็ดี
ต้องดูว่าตลาดต้องการสินค้าแบบไหน ถ้าท่านจะผลิตเสื้อผ้า ท่านก็ต้องดูว่าตลาดเสื้อผ้า แฟชั่นหรือดีไซน์อย่างไร ผลิตสินค้าเกษตรหรืออาหาร
เดี๋ยวนี้เทรนด์ ก็เป็นเรื่องของสินค้าออแกนิค เราจะเปลี่ยนจากการปลูกข้าวธรรมดา แบ่งจากแปลงข้าวที่เคยปลูกทั้งหมด แบ่งมา 30 ไร่มาปลูกข้าว
ออแกนิกไหม อีก 70 ไร่ก็สำหรับผู้บริโภคทั่วไป และสินค้าแต่ละประเภทที่จะขายในต่างประเทศ เดี๋ยวนี้เทรนด์ก็เริ่มเปลี่ยนว่าผู้บริโภคก็จะศึกษาสินค้า
นั้นมากขึ้น เพราะฉะนั้นสินค้าแต่ละประเภทมันจะต้องมีประวัติศาสตร์ มีข้อความเป็นเรื่องราว ว่าเสื้อตัวนี้ผลิตมาด้วยผ้าฝ้ายทอมือ จากการทออย่างไร
ย้อมสีอย่างไร คือต้องเพิ่ม Value Added ให้ได้ นี่ก็คือเรื่องของ Creative Economy ไม่ใช่สักแต่ว่าจะนำผ้าฝ้ายไปวางขาย อย่างนี้ก็แข่งกับเขาไม่ได้
จะต้องมีข้อความเขียนอธิบาย เพราะว่าเดี๋ยวนี้เทรนด์ผู้บริโภคอยากอ่าน อย่างอาหาร สมมุติว่าข้าวถุงหนึ่งผู้บริโภคอ่านแล้วว่า เป็น Food Safety นะ
ลดไขมันกี่เปอร์เซ็นต์ พออ่านแล้วอยากซื้อ อะไรพวกนี้ นั่นคือเทรนด์ ซึ่งคือผู้ประกอบการทุกประเภท อย่างอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนรถยนต์
ใช้รถยนต์นี้จะช่วย Green Energy อย่างไร เราก็จะผลิตออกมาตามความต้องการของผู้บริโภค

จำนวนคนอ่าน 4291  คน

ความคิดเห็น

  • Loryn เขียน :

    amlodipin sandoz 5 mg

    amlodipin sandoz click
    Inmiofatron is power and now I'm a !@#$ing dictator. http://vsvcoq.com [url=http://wzaubaflf.com]wzaubaflf[/url] [link=http://depeoc.com]depeoc[/link]

  • Jaydee เขียน :

    loperamid tabletten

    loperamid kinder click loperamid za sta sluzi
    I'm so glad I found my soutilon online. http://ijfihz.com [url=http://uezumggzbsh.com]uezumggzbsh[/url] [link=http://zciqebilu.com]zciqebilu[/link]

  • Indian เขียน :

    When I first read this on Drudge I thought it was a hoax. I cannot believe how this adaimistrntion is trying to intrude in every aspect of our lives. I guess we now have the perfect excuse to take an extra long holiday weekend. Excellent post.

  • zmpnhszyi เขียน :

    naltrexone hcl

    naltrexone
    nnqOmr , [url=http://dcrajthjaokp.com/]dcrajthjaokp[/url], [link=http://ruyoqzezwepw.com/]ruyoqzezwepw[/link], http://nodqaqxzibtr.com/

  • qsvsutzhbu เขียน :

    cialis generikum

    cialis online
    ediX9h , [url=http://rsxoficcrwsm.com/]rsxoficcrwsm[/url], [link=http://ttsopafxvxmj.com/]ttsopafxvxmj[/link], http://niihewzfvhoh.com/

  • Fariza เขียน :

    amlodipin bivirkninger

    amlodipin sandoz inetapakistan.azurewebsites.net
    Keep on writing and cuhgging away!

  • pmgbba เขียน :

    mixing viagra and weed

    mixing zoloft and weed
    mdfta4 , [url=http://dtjdemhtrjni.com/]dtjdemhtrjni[/url], [link=http://jwijfhtaevvo.com/]jwijfhtaevvo[/link], http://qacsdkagzvce.com/

  • anngyns เขียน :

    ciproxin 1000

    ciproxin 750 blog.jrmissworld.com
    ULi11J , [url=http://nxqdlxkooeyj.com/]nxqdlxkooeyj[/url], [link=http://unrbdkixngds.com/]unrbdkixngds[/link], http://smdselesjzqi.com/

  • Dash เขียน :

    Ho ho, who wuolda thunk it, right?

แสดงความคิดเห็น

:: โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางโลกการค้าออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวด

พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ มีตัวหนังสืออยู่ในรูปภาพนี้