ลาว ขุมทรัพย์ใหม่แห่งเอเชีย

โดย 18 ธันวาคม 2552 01:08

ขณะที่โลกกำลังสะบักสะบอมจากพิษไข้เศรษฐกิจ อันเนื่องจาก ภาวะวิกฤติการเงินที่ลุกลามใหญ่โตจนยากจะแก้ไข แต่ประเทศหนึ่ง ซึ่งอยู่ปลายจมูกของเรานี่เอง กำลังร่ำรวยขึ้นอย่างเงียบๆ โดยที่ไม่มีใครได้ทันสังเกต และใส่ใจ

กงศุล.jpg

          ประเทศที่พูดถึงนี้ ก็คือประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หรือที่เรียกย่อๆ ว่า “สปป.ลาว”  ประเทศที่มีประชากรเพียง 
6 ล้านคน แต่มีทรัพยากรธรรมชาติอย่างมหาศาล ทั้งบนดิน และใต้ดิน จนนักลงทุนจากทั่วโลกอดที่จะชายตามองไม่ได้
          หากไม่เป็นเพราะผู้นำของ สปป. ลาว ที่พยายามเปิดประเทศอย่างสุขุม รอบคอบ ด้วยความหวงแหนทรัพยากรอันล้ำค่า ป่านนี้ 
สปป.ลาว คงเนืองแน่นไปด้วยนักลงทุนต่างชาติไปแล้ว
         และโดยเหตุที่รัฐบาลของ สปป.ลาว ระมัดระวังในการเปิดรับนักลงทุนจากต่างประเทศนี่เอง ทำให้ข้อมูลต่างๆ ของประเทศนี้หาได้
อย่างยากเย็นยิ่ง
          เพื่อที่จะเปิด “ขุมทรัพย์” ของ สปป.ลาวให้เป็นที่ปรากฎ นิตยสาร “โลกการค้า” จึงได้ติดต่อ ขอสัมภาษณ์ คุณอภิชาติ เพชรรัตน์ 
ท่านกงศุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต
และได้รับเกียรตินำเสนอมุมมองเกี่ยวกับ สปป.ลาวด้วยสายตาของนักการต่างประเทศที่คลุกคลี
อยู่ในประเทศนี้
ขยายตัวทุกด้าน
  ท่านกงศุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต เกริ่นให้เห็นถึงภาวะเศรษฐกิจในส่วนของ สปป.ลาวปัจจุบันว่า แม้จะมีผลกระทบจากวิกฤติ
เศรษฐกิจของโลกเช่นเดียวกับหลายประเทศ แต่ยังคงมีศักยภาพสูง เนื่องจากที่ผ่านมาระบบเศรษฐกิจของลาวค่อนข้างจะมีความมั่นคงมา
โดยตลอด นับตั้งแต่ปี ค.ศ.1992 เป็นต้นมา ที่มีระบบเศรษฐกิจที่เรียกว่า “จินตนาการใหม่” ซึ่งรัฐบาลเปิดโอกาสให้เอกชนเป็นเจ้าของ
ทรัพย์สินที่ดินได้ มีแผนพัฒนาเศรษฐกิจระยะต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ถือว่าสามารถดึงดูดนักลงทุนได้ดี ทางด้านการเมืองภายในของลาวก็
ค่อนข้างมีเสถียรภาพ เป็นสิ่งที่นักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจ ขณะเดียวกันค่าเงินกีบก็ค่อนข้างมีความมั่นคงเมื่อเทียบกับดอลล่าร์และเงิน
บาทในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาก็ไม่ได้แปรผันมาก อยู่ในเกณฑ์ประมาณ 240-250 กีบต่อ 1 บาท
           “ประเทศลาวกำลังมีนโยบายพัฒนาที่จะให้เป็นประเทศอุตสาหกรรม มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางด้านถนนหนทาง รถไฟ 
สนามบิน เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักลงทุน และนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ บรรยากาศโดยรวม การค้า การลงทุน การท่องเที่ยวกมี
ความคึกคัก และขยายตัวอย่างต่อเนื่อง” คุณอภิชาติกล่าว
          ในปี 2551 จีดีพีของ สปป.ลาวเท่ากับ 728 เหรียญสหรัฐฯ ต่อคน สูงขึ้นกว่าปี 2550 ขณะที่คาดว่าในปี 2552 อัตราการเจริญเติบโต
จะประมาณ 7% ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี แต่ในภาคการผลิตการส่งออกมีการปรับตัวลดลงบ้าง เนื่องจากผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก
          สำหรับในส่วนของการลงทุนได้รับความสนใจ ทั้งจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น จีน เวียดนาม ไทย และจากประเทศอื่นๆ เข้าไปลงทุน
อย่างต่อเนื่อง เนื่องจาก สปป.ลาวมีความมั่นคงทางการเมือง มีความปลอดภัย มีค่าแรงที่ถูก สามารถดึงดูดนักลงทุนต่างชาติได้มาก
          “ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2552 มีการลงทุนจากต่างประเทศ 208 โครงการ โดยเวียดนามมาเป็นอันดับ 1 ประมาณ 1,400 ล้าน
เหรียญสหรัฐฯ จีนเป็นอันดับสอง 932 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และไทยเป็นอันดับสาม 908 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในแง่ของการลงทุน เซ็กเตอร์
ที่นักลงทุนให้ความสนใจมากที่สุด ก็คือด้านพลังงาน ด้านเหมืองแร่ ด้านการเกษตรอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว การก่อสร้าง การผลิต
กระแสไฟฟ้า และธุรกิจการบริการ”
ส่งเสริมการลงทุน
  ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจ ของ สปป.ลาว มีหลักการว่า ประการแรก จะต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการพัฒนาประเทศ
ในด้านอุตสาหกรรม ประการที่สอง คือให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 7%  และประการที่ 3 ต้องให้ประเทศหลุดพ้น
จากสถานะประเทศด้อยพัฒนา หลุดพ้นจากความเป็นประเทศยากจน ในปี ค.ศ.2020 หรือ พ.ศ. 2563 ให้ได้
          “สปป.ลาว ได้จัดแบ่งโซนส่งเสริมการลงทุนออกเป็น 3 เขต คือ เขตเมืองใหญ่ ต่างแขวง และพื้นที่ห่างไกลที่ยังทุรกันดาร ซึ่ง
นักลงทุนจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีและอื่น ๆ แตกต่างกันไป โดยมีเป้าหมายกระจายการลงทุนที่กระจุกอยู่ในเขตที่เจริญแล้วออก
ไปสู่เขตที่ยังล้าหลังมากกว่า”
          ทางด้านการค้า สปป.ลาวมีนโยบายส่งเสริมการค้าเสรีอย่างเต็มที่  โดยเฉพาะการลงทุนการผลิตเพื่อการส่งออก เนื่องจากตลาด
ลาวไม่ได้เป็นตลาดใหญ่ มีประชากรแค่ 6 ล้านคน ดังนั้น การผลิตจึงเป็นการผลิตเพื่อส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง มีการ
ส่งเสริมการบริการการค้าต่างแดนมากขึ้น มีการพัฒนาบุคลากรที่จะมีบทบาททางด้านการค้า การสร้างกฎระเบียบต่างๆ ให้เอื้ออำนวยต่อ
ภาคธุรกิจต่างๆ ทั้งทางด้านกฎหมาย ทางด้านการจัดการแสดงสินค้าภายในประเทศ และต่างประเทศ ก็เริ่มมีมากขึ้น
          สินค้าส่งออกที่สำคัญของ สปป.ลาวที่เป็นหลักในขณะนี้ ได้แก่ พลังงานไฟฟ้า เหมืองแร่ ไม้ เฟอร์นิเจอร์ไม้ เสื้อผ้าสำเร็จรูป 
และสิ่งทอ
          สำหรับไฟฟ้า สปป.ลาว ขายให้แก่ประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ ประเทศไทย เวียดนาม กัมพูชา และจีนตอนใต้
“แบตเตอรี่แห่งเอเชีย”
  กงศุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต เล่าว่า “สปป.ลาว กำหนดเป็นนโยบาย เป็นแนวทางว่าจะให้ประเทศของตนเองเป็น ‘Battery
of Asia’  คือเป็นแหล่งพลังงานของเอเชีย โดยการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำให้มากที่สุด ไฟฟ้าที่ได้ใช้เองในประเทศจำนวนไม่มากนัก ส่วนใหญ่
ส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้น การลงทุนในด้านไฟฟ้าพลังน้ำก็ยังมีศักยภาพสูงอยู่มาก และรัฐบาลก็มีส่วนเกื้อหนุนเต็มที่ที่จะให้
ต่างชาติเข้าไปลงทุน มีโครงการที่ประเทศไทยเข้าไปลงทุน ซึ่งกำลังจะเปิดตัวในเดือนธันวาคมนี้ คือเขื่อนน้ำเทิน 2 ซึ่งผลิตไฟฟ้าได้
ประมาณปีละ 1,090 เม็กกะวัตต์ ส่งขายให้ไทยประมาณ 990 เม็กกะวัตต์ ที่เหลือใช้ภายในประเทศ ซึ่งจะนำมาซึ่งรายได้ให้แก่ลาวปีละ
ประมาณ 2,500 ล้านบาท โดยสัญญาความตกลงที่ทำกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตของไทยมีระยะเวลา 25 ปี เพราะฉะนั้นรายได้จากไฟฟ้า
พลังน้ำก็จะเป็นรายได้หลักของประเทสลาว สามารถนำเงินไปใช้ปรับปรุงสาธารณูปโภคภายในประเทศได้อย่างดีและยังช่วยเกื้อหนุน
ความต้องการของประเทศเพื่อนบ้านด้วย เป็นการลงทุนในลักษณะวิน-วิน”
          ปัจจุบันกำลังมีการก่อสร้างเขื่อนไฟฟ้าพลังงานน้ำ 10 โครงการตามแผนทำให้ลาวเป็น "แบตเตอรี่แห่งเอเชีย" และยังมีโครงการ
เขื่อนขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก ที่อยู่ในระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้อีกประมาณ 144โครงการ  โครงการด้านพลังงานไฟฟ้า
ได้ช่วยเคลื่อนเศรษฐกิจมหภาคของลาวที่จะมีผลต่อการนำเข้าอุปกรณ์ด้านการก่อสร้างจากประเทศไทยจำนวนมาก
เหมืองแร่ : ขุมทรัพย์ใต้ดิน
  ใต้ผืนดินของ สปป.ลาว เป็นแหล่งแร่คุณภาพสูง มีปริมาณมหาศาล ที่รอการขุดขึ้นมาใช้ และจะเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญและมี
บทบาทต่อเศรษฐกิจของ สปป.ลาว ในอนาคตอันใกล้นี้
          จากการสำรวจโดยกระทรวงพลังงานและเหมืองแร่ในปี 2549 ด้วยความร่วมมือช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญจีนได้พบแร่ที่มีมูลค่าสูง
ใน สปป.ลาว กว่า 570 แห่ง ทั้งทองแดง ทองคำ แร่เงิน เหล็ก ตะกั่ว สังกะสี ยิปซัมและถ่านหิน
          ตามตัวเลขของทางการ สปป.ลาว ปัจจุบันบริษัทเอกชนกว่า 90 แห่งกำลังสำรวจโครงการเหมืองแร่ในลาว ในนั้น 34 บริษัทเป็น
ของนักลงทุนต่างชาติซึ่งมีความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด
          “เหมืองแร่ที่ใหญ่ที่สุดในตอนนี้ก็คือเหมืองทองแดง และทองคำในแขวงสะหวันนะเขต เป็นของบริษัทของจีน ซึ่งเข้ามาซื้อกิจการ
จากบริษัทของออสเตรเลีย ชื่อบริษัทอ๊อกเซียนา ซึ่งประสบปัญหาทางด้านการเงิน ประกอบกับจีนก็แสวงหาทรัพยากรธรรมชาติในประเทศ
ใกล้เคียงอยู่แล้ว การผลิตส่วนใหญ่เป็นการผลิตเพื่อป้อนตลาดจีน ซึ่งมีความต้องการทองแดงค่อนข้างมาก” คุณอภิชาติให้ข้อมูล
          “ตอนนี้มีการสำรวจเบื้องต้นได้ข้อมูลว่ามีแหล่งแร่บ๊อกไซต์ ที่มีปริมาณอยู่ในเกณฑ์ดีมากอยู่ในแขวงจำปาสัก ซึ่งขณะนี้บริษัทของ
ไทยกับจีนร่วมทุนกันที่จะทำการขุดเจาะและตั้งโรงงานถลุง เพื่อส่งออกไปยังตลาดโลก บ๊อกไซ้ต์นี่ถลุงแล้วก็จะออกมาเป็นอลูมิเนียม ซึ่ง
ความต้องการในตลาดโลกยังสูงอยู่มาก เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เป็นอันหนึ่งที่มีอนาคตสดใสจะเป็นแหล่งรายได้ให้รัฐบาลลาวในระยะ 20-30 ปี
ข้างหน้าได้อย่างสบาย ขณะเดียวกันผู้ที่เข้าไปลงทุนก็สามารถที่จะทำการตลาดได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยได้รับรู้กันมาก่อนว่าในลาว
จะมีทรัพยากรธรรมชาติมากมาย”
          อย่างไรก็ตาม แม้รัฐบาล สปป.ลาว จะเปิดให้มีการทำธุรกิจเหมืองแร่ โดยผู้ลงทุนสำรวจ และภาครัฐให้ความเห็นชอบกับโครงการแล้ว 
แต่โครงการต้องไม่มีปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม และความเป็นอยู่ของประชาชน เพื่อไม่ไปกระทบกับการท่องเที่ยว
หวงแหนทรัพยากร 
  เป็นที่รับรู้กันทั่วไปว่า รัฐบาลของ สปป.ลาว ขึ้นชื่อเรื่องการหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเรื่องนี้ คุณอภิชาติเปิดเผยว่า
          “ในส่วนที่เขาค่อนข้างจะหวงแหนก็คือเรื่องป่าไม้ ซึ่งตอนนี้มีอยู่ประมาณ 47% ของพื้นที่ นโยบายของรัฐบาลเข้มงวดมาก จะต้องไม่
ให้ปาไม้ลดน้อยถอยลง แต่ต้องให้มากขึ้น การเกษตรอุตสาหกรรมที่ให้สัมปทานที่ดินไป จะต้องไม่เป็นป่าสงวน หรือป่าที่ไม่ได้อยู่ในสภาพ
ที่สมบูรณ์เต็มที่ ก็เอาไปใช้ประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจ แต่ในส่วนของป่าสงวน ป่าธรรมชาติที่สมบูรณ์จะต้องเก็บรักษาไว้ เนื่องจาก 2 ปัจจัย
หลัก คือ 1. จะเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่จะใช้ในแง่ของการผลิตกระแสไฟฟ้า 2. คือจะต้องรักษาไว้เพื่อประโยชน์ของการท่องเที่ยว ธรรมชาติ
ซึ่งปัจจุบันก็มีนักท่องเที่ยวจากไทยและชาวต่างชาติเข้าไปเที่ยวน้ำตกในลาวมากมาย มีหลายๆ แขวงที่มีน้ำตกขึ้นชื่อ ที่ไปกันเยอะๆ ก็เป็นทาง
ตอนใต้ ในแขวงจำปาสัก คือคอนพะเพ็ง และตาดฟาน ซึ่งมีน้ำตกขนาดใหญ่ติดอันดับของประเทศ”
แต่ละแขวงต่างโดดเด่น
  “รัฐบาลกลางของ สปป.ลาว จะให้อิสระแต่ละแขวงว่าจะจัดโซนนิ่งการพัฒนากันอย่างไร ซึ่งต้องดูศักยภาพของแต่ละแขวงว่าพื้นที่
เหมาะสำหรับทำธุรกิจประเภทไหน อย่างบางแขวงจะเป็นเรื่องของพลังน้ำ เช่นแขวงคำม่วน ซึ่งมีป่าดงดิบ ป่าสงวนใหญ่โต กว่าครึ่งหนึ่งของ
พื้นที่แขวงเป็นลักษณะภูเขาสลับซับซ้อน ภูเขาหิน อันนี้จะต้องเก็บเอาไว้ในแง่ของการทำเขื่อนพลังน้ำ ซึ่งมีการสร้างเขื่อนน้ำเทิน 2 ในแขวงนี้”
ท่านกงศุลใหญ่กล่าว
           “อย่างบางแขวงเน้นทางด้านเกษตรอุตสาหกรรม เช่น สะหวันนะเขต ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ราบและอุดมสมบูรณ์ ก็จะมีการต้อนรับ
นักลงทุนเข้ามาปลูกพืชผลการเกษตร เช่น ยางพารา อ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ยูคาลิปตัสเพื่อไปทำเยื่อกระดาษ ก็จะเป็นลักษณะ
เด่นของแต่ละแขวงที่แตกต่างกันออกไป”
          สำหรับแขวงหลวงพระบาง ซึ่งอยู่เหนือนครหลวงเวียงจันทน์ขึ้นไป เน้นให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ดังนั้นภาคการลงทุนจะเป็นเรื่องการบริการ
เป็นหลัก เช่น การโรงแรม การจัดทัวร์ ร้านอาหาร เป็นต้น แต่หลวงพระบางจะมีข้อจำกัดในการปรับปรุงและพัฒนาด้านอาคารสถานที่ เนื่องจาก
ได้รับการประกาศเป็นเมืองมรดกโลกของยูเนสโกแล้ว ดังนั้นจะต้องมีความระมัดระวังไม่ให้ไปกระทบกับสถานภาพของการเป็นเมืองมรดกโลก
ซึ่งก็จะมีความละเอียดอ่อน
          “อย่างแขวงจำปาสักทางตอนใต้ ก็จะเป็นทั้งด้านการเกษตร และการท่องเที่ยวปนกันไป เพราะมีทั้งพื้นที่ที่เป็นที่ราบสูงที่อุดมสมบูรณ์ 
เหมาะสำหรับปลูกพืชเมืองหนาว ปลูกกาแฟ ปลูกชาซึ่งเป็นสินค้าส่งออกของลาวขึ้นชื่อ ใช้ชื่อว่า ‘กาแฟดาว’ ส่งออกไปทั่วโลก หรือกาแฟอีก
ยี่ห้อหนึ่งชื่อ ‘สีนุก' ก็ส่งออกไปขายเมืองไทยและทั่วโลกเหมือนกัน  “ขณะเดียวกันพื้นที่บางส่วน เหมาะสำหรับการท่องเที่ยว มีลักษณะน้ำตก
และมีการเชิญชวนให้เข้ามาสร้างโรงแรม สร้างที่พัก สร้างสนามกอล์ฟ อย่างที่จำปาสัก มีบริษัทใหญ่ๆ ของไทย เช่น เครือ ทีซีซีกรุ๊ป เข้าไปทำ
ไร่กาแฟประมาณ 10,000 เฮกตาร์ ทำมาได้เป็นปีแล้ว ในส่วนของภาคบริการก็เข้าไปทำสนามกอล์ฟ 18 หลุมอยู่ริมแม่น้ำโขงในตัวปากเซ เป็น
สนามกอล์ฟระดับนานาชาติ เพราะฉะนั้นแต่ละแขวงก็จะมีการจัดโซนนิ่งส่งเสริมการลงทุนแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับศักยภาพของแขวงว่ามี
ความโดดเด่นในแง่ไหน”
           ขณะเดียวกันรัฐบาลกลางของ สปป.ลาว มีการกระจายอำนาจให้ทางแขวงสามารถอนุมัติการลงทุนได้ ถ้าเป็นแขวงใหญ่ๆ 4 แขวง 
ได้แก่ หลวงพระบาง เวียงจันทน์ สะหวันนะเขต และจำปาสัก เจ้าแขวงสามารถอนุมัติได้ในวงเงินไม่เกิน 5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และพื้นที่ไม่เกิน
100 เฮกตาร์ได้เลย โดยไม่ต้องส่งไปรัฐบาลกลาง แต่แขวงอื่นๆ ทั่วไปที่เหลือ จะอนุมัติได้ในวงเงินประมาณ 3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เท่านั้น
ถ้าเกินกว่านั้นจะต้องส่งไปให้รัฐบาลกลาง
          จะเห็นว่าในแง่การส่งเสริมการลงทุน รัฐบาล สปป.ลาว ค่อนข้างมีการปรับกฎระเบียบ เน้นให้แต่ละแขวงมีอำนาจประมาณหนึ่ง และจะ
มีหน่วยงานกลางเปรียบเสมือนบีโอไออยู่ที่นครหลวงเวียงจันทน์คอยควบคุมภาพรวม แต่ละแขวงจะมีองค์กรที่เหมือนกับบีโอไอแขวง แผนก
แผนการและการลงทุนคอยรับเรื่องการลงทุนจากต่างชาติ และพิจารณาอนุมัติ ซึ่งปัจจุบันสามารถพิจารณาได้อย่างรวดเร็ว ไม่ได้ใช้เวลามาก
เหมือนในอดีต หลังจากยื่นเอกสารขอแสดงความจำนงในการลงทุนแล้ว และมีบทวิพากษ์ วิเคราะห์โครงการว่าจะมีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ
อย่างไร มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไร ใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือนก็จะได้รับการพิจารณาเห็นชอบแล้ว ซึ่งค่อนข้างยืดหยุ่น ช่วงนี้จึงมี
ต่างชาติเข้าไปลงทุนมากขึ้น
นักลงทุนต่างชาติแข่งลงทุน
  ถ้าย้อนหลังไปประมาณ 10 ปี ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นแชมป์การลงทุนใน สปป.ลาวในแง่ของมูลค่าการลงทุน แต่ถ้านับเฉพาะ 9
เดือนแรกของปีนี้ เวียดนามมาเป็นอันดับหนึ่ง ประมาณ 1,400 ล้านเหรียญ  จีนเป็นอีกประเทศหนึ่งที่เข้าไปลงทุนเป็นอันดับสอง ตอนนี้จีนเข้า
ไปลงทุนสร้างเมืองใหม่ที่แขวงบ่อแก้ว ซึ่งตรงข้ามกับจังหวัดเชียงราย เป็นเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ คอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ ครบวงจร ตรงข้ามกับ
อ.เชียงของ ของไทย เป็นโครงการหลายพันล้านเหรียญสหรัฐฯ ทำให้แขวงบ่อแก้ว เป็นอีกแขวงหนึ่งที่น่าจะดึงดูดนักลงทุนได้
          “สำหรับธุรกิจของไทย ขณะนี้คงจะถึงจุดอิ่มตัวเพราะเราเข้าไปค่อนข้างนาน 10 ปีแล้ว ส่วนใหญ่ผู้ประกอบการก็เป็นรายใหญ่ๆ มีชื่อเสียง 
เป็นอุตสาหกรรมต่อเนื่อง อย่างบางโครงการเราลงทุนไปเยอะแล้ว มันสิ้นสุดโครงการ มันก็จบ เพราะฉะนั้นในแง่ของมูลค่ามันอาจจะลดลงไปบ้าง
แต่ในแง่ของรัฐบาลลาว ท่านนายกบัวสอน บุปผาวัน ของลาวก็เคยได้กล่าวกับนายกฯ อภิสิทธิ์ เมื่อเดือนมกราคมปีนี้ ว่าอยากจะเชิญชวนให้ไทย
เข้าไปลงทุนในลาวให้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้รักษาอันดับหนึ่งไว้ให้ได้ ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณที่ดีของภาครัฐบาลของลาวที่จะตอบรับนักธุรกิจเอกชน
ไทยมากยิ่งขึ้น  “ขณะเดียวกันรัฐบาลไทยก็พยายามคัดเลือกผู้ไปลงทุนให้เป็นบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือ เข้าไปแล้วไม่ไปสร้างชื่อเสียงในทางลบ
กับประเทศไทยในดินแดนของลาว ซึ่งจะเป็นหน้าเป็นตาเป็นภาพลักษณ์ของคนไทยโดยรวมด้วย เพราะถ้าบริษัทใดบริษัทหนึ่งเข้าไปแล้วทำ
เสียหายก็จะส่งผลกระทบต่อประเทศ และบริษัทอื่นที่จะตามเข้าไป”
          ท่านกงศุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขตมั่นใจว่า ด้วยความที่เป็นประเทศเพื่อนบ้านใกล้ชิด มีความผูกพันกันอยู่ทั้งในระดับจังหวัด แขวง 
ชายแดนและในระดับส่วนกลาง ก็น่าที่จะมีการลงทุนของไทยที่หลากหลายมากขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะทางภาคบริการ ซึ่งลาวกำลังมีการปรับตัว
กันอย่างขนานใหญ่ ในแง่ของต้อนรับนักท่องเที่ยว ซึ่งจะมีในเรื่องของการจัดซื้อวัสดุก่อสร้าง การซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า การเปิดให้ลงทุนร้านอาหาร
โรงแรม รวมไปถึงการเข้าไปตั้งโรงพยาบาลสาขาของไทย หรือโรงเรียนนานาชาติซึ่งมีชื่อเสียงของไทย ซึ่งลูกหลานของลาวซึ่งมีฐานะดี ส่วนใหญ่
มักจะก็ส่งมาเรียนในประเทศไทยอยู่แล้ว
          “เพราะฉะนั้นลู่ทางลงทุนของไทยก็คิดว่ายังมีอยู่ ความได้เปรียบทางด้านพื้นที่ที่อยู่ใกล้ชิดติดกัน และนับวันเครือข่ายคมนาคมก็เติบโตมาก
ยิ่งขึ้น หลังจากสะพานมิตรภาพ 1 หนองคาย-เวียงจันทน์ ก็มามีสะพานมิตรภาพ 2 มุกดาหาร-สะหวันนะเขต เมื่อประมาณ 2 ปีครึ่งที่แล้วก็เชื่อมโยง
เศรษฐกิจในระดับจังหวัดกับเจ้าแขวงได้ดีมาก แล้วประมาณปีครึ่งถึง 2 ปีจากนี้ สะพานมิตรภาพแห่งที่ 3 นครพนม-แขวงคำม่วนก็จะแล้วเสร็จ และ
สะพานมิตรภาพแห่งที่ 4 เชื่อม อ.เชียงของกับแขวงบ่อแก้ว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเส้น R3E ที่จะเชื่อมไปถึงจีนตอนใต้ด้วย ก็จะแล้วเสร็จหมดภายใน
3 ปีข้างหน้าจะมีจุดเชื่อมระหว่างไทย-ลาวมากขึ้น ก็คิดว่าในรูปของโครงสร้างพื้นฐานจะเป็นตัวกระตุ้นให้การค้าการลงทุนระหว่างไทย-ลาวมากยิ่งขึ้น
ต่อไป ก็คิดว่าในไม่ช้าไม่นานไทยเราก็คงกลับมาสู่อันดับหนึ่งได้เหมือนเดิม”
ธุรกิจไทยที่เด่นๆ
  นักธุรกิจของไทยที่เข้าไปลงทุนในลาวที่เด่นๆ ก็จะมีในส่วนของเหมืองแร่ การก่อสร้างเขื่อนพลังน้ำ และการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่
เช่น การก่อสร้างศูนย์ประชุม ซึ่งที่ผ่านมากมีโครงการ ‘ลาวไอเทค’ ที่นครเวียงจันทน์ ล่าสุดของคนไทยก็คือการก่อสร้างศูนย์ประชุมที่สะหวันนะเขต
ชื่อว่า ‘สะหวันไอเทค’
          ในระดับย่อยลงมาก็มีร้านอาหาร โรงแรม เช่นที่หลวงพระบาง มีโรงแรมของคนไทยหลายแห่ง มีร้านอาหารอยู่ 3-4 แห่ง กลางใจเมืองหลวง
พระบางที่เป็นของคนไทย ส่วนในสะหวันนะเขตก็มีร้านอาหารของคนไทยอยู่ 3-4 แห่ง ที่จำปาสักก็มีโรงแรมอย่างน้อยหนึ่งแห่ง ระดับ 5 ดาวเป็นของ
คนไทย และมีร้านอาหารที่ขึ้นชื่อ อยู่กลางใจเมืองที่เป็นของคนไทย “และอย่างที่ผมบอก โรงพยาบาล การแพทย์ก็น่าสนใจที่จะเข้าไป โรงเรียน
นานาชาติก็ต้องพิจารณาดูว่ามีความต้องการมากไหม นอกจากนั้นก็เป็นการขายสินค้าอุปโภคบริโภคเครื่องใช้ไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ของคนไทยที่
ได้รับความนิยมของคนท้องถิ่นในลาว” คุณอภิชาติฉายภาพให้เห็น
          สำหรับแขวงสะหวันนะเขตเป็นแขวงที่มีพื้นที่มากที่สุดในลาว มีประชากรมากที่สุด ซึ่งเท่ากับมีแรงงานมากด้วย เป็นเป้าหมายหลักของรัฐบาล
ลาวที่จะพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางด้านการเกษตรอุตสาหกรรม ปัจจุบันพื้นที่ผืนใหญ่ๆ ในแขวงสะหวันนะเขต หาได้ยากมากสำหรับที่จะทำเกษตร
อุตสาหกรรม เนื่องจากมีนักลงทุนด้านการเกษตรอุตสาหกรรมรายใหญ่ จาก จีน เวียดนาม อินเดีย ไทย มาเลเซียเข้ามา ซึ่งแต่ละรายต้องการพื้นที่
เป็นหมื่นๆ เฮกตาร์ขึ้นไปทั้งนั้น
          “มีบริษัทของอินเดียเข้ามาลงทุนทำเยื่อกระดาษมีมูลค่าสูงสุดในสะหวันนะเขต รองลงก็เป็นน้ำตาลมิตรผลของไทยใช้ชื่อว่า “น้ำตาลมิตรลาว” 
ก็เข้ามาปลูกอ้อยและตั้งโรงงานแปรรูปเป็นน้ำตาลดิบส่งออกไปสหภาพยุโรปด้วย และดับเบิลเอ ซึ่งมีการปลูกยูคาลิปตัสกระจายไปทั่วแขวง มีหลาย
สิบล้านต้นแล้วในปัจจุบัน แต่ยังไม่ได้ตั้งโรงงาน  นอกจากนั้นก็มีการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มีการทำเหมืองแร่ ซึ่งที่แขวงสะหวันนะเขตมีเหมืองแร่ที่
ใหญ่ที่สุดในลาวอยู่ด้วย อยู่ที่เมืองไซยะบุรี และเมืองเซโปน และเท่าที่สำรวจก็ยังอยู่ได้อีกหลายสิบปี ยังขุดกันได้อยู่ทั้งทองแดงและทองคำ ทองคำ
ตอนนี้ก็ราคาดีมาก ในตลาดโลก ทองแดงราคาตกลงมาหน่อย แต่ก็ยังเป็นที่ต้องการอยู่”
          ในภาคเกษตรอุตสาหกรรม และเหมืองแร่ เป็นจุดเด่นของแขวงสะหวันนะเขต ขณะเดียวกัน ความที่เป็นแขวงที่มีประชากรมาก ดังนั้นการผลิต
สินค้าในระดับท้องถิ่น จังหวัดชายแดน ยังมีความต้องการสูง ทั้งในแง่วัสดุก่อสร้าง เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ของใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น สบู่อาบน้ำ
แชมพู ของใช้ต่างๆ ทำให้สะหวันนะเขตเป็นกลไกหลักในการพัฒนาประเทศ และที่ผ่านมาจากการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ เนื่องจากมีการลงทุนสูง
สร้างงาน สร้างรายได้ ทำให้จีดีพีอยู่ในระดับประมาณ 10-11% มาประมาณ 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งสูงมาก รองจากจากแขวงเวียงจันทร์เท่านั้น
 
ลาวจะพัฒนาให้ทัดเทียมกับเพื่อนบ้าน
  รัฐบาล สปป.ลาว ตั้งเป้าหมายไว้ว่าในปี ค.ศ. 2020 หรือ พ.ศ. 2563 จะต้องหลุดพ้นจากการเป็นประเทศด้อยพัฒนา พ้นจากการเป็นประเทศ
ยากจน ซึ่งภายในปีนั้นจะต้องไม่มีคนจน
         ซึ่งในสายตาของคุณอภิชาติเห็นว่า เนื่องจากประชากรลาวมีเพียง 6 ล้านคน ประชากรจำนวนนี้เทียบกับศักยภาพของประเทศทางด้านเศรษฐกิจ 
ไม่ว่าจะเป็นด้านเหมืองแร่ พลังงานไฟฟ้า ภาคเกษตรอุตสาหกรรม ภาคท่องเที่ยว และการบริการ ซึ่งจะทำให้รัฐบาลและประชาชนลาวมีรายได้มาปรับปรุง
และฟื้นฟูประเทศให้หลุดพ้นจากความยากจนภายในปี คศ. 2020 ได้อย่างแน่นอน
          “ยิ่งไปกว่านั้น ทุกวันนี้ประเทศลาวเองเปรียบเสมือนแลนด์บริดจ์ของอนุภูมิภาค จะเป็นตัวเชื่อมระหว่างไทย-เวียดนาม-กัมพูชา-จีนตอนใต้ มี
เส้นทาง East-West Corridor หรือระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก และเส้นทาง North-South Economic Corridor หรือระเบียงเศรษฐกิจ
เหนือ-ใต้ผ่าน  ลาวจึงเหมือนเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงเครือข่ายในภูมิภาค เพราะฉะนั้นในแง่ของการฉกฉวยประโยชน์การค้าการลงทุน ขนส่ง
ท่องเที่ยวเป็นไปสูงมาก ประกอบกับภาคเกษตรอุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว ผนวกกับการเชื่อมโยงเส้นทาง 4 ประเด็นหลักๆ จะเป็นปัจจัยเกื้อหนุน
ที่จะทำให้ลาวในแง่ของทรัพยากรธรรมชาติ ในแง่ของประชาชนที่มีอยู่ คิดว่าเขาจะบรรลุเป้าหมายในการที่จะพัฒนาขึ้นมาเคียงบ่าเคียงไหล่กับประเทศ
อาเซียนได้แน่นอนในปี 2020
 “นอกจากนั้น สปป.ลาว ยังได้รับความช่วยเหลือจากนอกประเทศ เช่น ในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนเองได้มีโครงการที่สมาชิกดั้งเดิมอาเซียน
ช่วยเหลือสมาชิกใหม่4 ประเทศ ซึ่งมี สปป.ลาว อยู่ด้วย นอกจากนั้นรัฐบาลญี่ปุ่นยังเห็นความสำคัญของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ประกาศให้ทั้งเงิน
สนับสนุนทั้งแบบให้เปล่าและเงินกู้ผ่อนปรนประมาณ 1.84 แสนล้านบาท ซึ่งลาวจะได้อานิสงส์ไปด้วยในฐานะที่ยังเป็นประเทศด้อยพัฒนาอยู่ ทั้งใน
รูปของการพัฒนาเศรษฐกิจ พัฒนาการศึกษา พัฒนาระบบสังคม ให้มั่นคงยั่งยืนต่างๆ และสหรัฐฯเองก็มีโครงการที่ให้คงวามช่วยเหลือกลุ่มประเทศ
ลุ่มแม่น้ำโขงในการใช้ประโยชน์ให้เต็มที่จากแม่น้ำโขงทั้งในเชิงเศรษฐกิจและวัฒนธรรมในชื่อ “แม่โขง-มิสซิสซิปปี้” ไม่นับประเทศจีนที่ช่วยพัฒนา
สาธารณูปโภคหลายด้าน ฉะนั้นจึงเชื่อว่าลาวจะพัฒนาได้แน่นอน และคิดว่าจะขึ้นมาเทียมบ่าเทียมไหล่ประเทศอาเซียนได้ภายใน 10 ปีนี้”
คนลาววันนี้
  คุณอภิชาติ เพชรรัตน์ กงศุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต เปิดใจในฐานะที่เข้ามาประจำการที่สะหวันนะเขต และดูแล 6 แขวงใต้ของลาวเป็นหลัก
ได้ประมาณ 2 ปี 8 เดือน ว่าที่ผ่านมาก็รู้สึกประทับใจในอัธยาศัยของคนลาว ที่มีความเป็นมิตร มีความจริงใจ ทุกๆ ภาคส่วนตั้งแต่ ภาครัฐ ภาคเอกชน
ประชาชนทั่วไป
          “ผมคิดว่าเป็นโชคดีของพวกเราที่มาทำงานอยู่ในประเทศลาวร่วมกับภาคเอกชนไทย คนไทยที่เข้ามาอยู่ในลาว ซึ่งในทุกวันนี้ก็เข้ามามากขึ้น 
ก็เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของดินแดนลาว ที่เข้ามาแล้วทุกคนก็มีความรู้สึกที่ดี แต่ในแง่ในเชิงธุรกิจ ก็แน่นอนมันจะต้องมีอุปสรรค มีความล่าช้า มีขั้นตอน
มีอะไรต่างๆ ซึ่งก็จะต้องว่าไป ตามแนวทางกฎเกณฑ์ ต้องอาศัยความอดทนบ้าง แต่ก็ไม่ยากเกิน และผมคิดว่าการลงทุนในลาว การตัดสินใจค้าขาย
กับลาวผมคิดว่า ถ้าเผื่อเราช้า เราจะไม่ทันประเทศอื่นเขา ไม่เช่นนั้น เวียดนาม จีนก็จะมาครอบครองกิจการต่างๆ ไปหมด และโอกาสของไทยก็จะน้อยลง
ด้วยอัธยาศัยอันดีของคนลาวก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่เกื้อหนุนให้คนไทย หรือประเทศอื่นเข้ามาลงทุน เข้ามามีส่วนช่วยพัฒนาประเทศลาวมากยิ่งขึ้น ในแง่
ของเรา ภาครัฐเป็นตัวแทนเข้ามาก็รู้สึกยินดีที่ว่าได้มาอยู่ในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงในเชิงเศรษฐกิจอย่างเห็นได้ชัดอย่างก้าวกระโดด และเราก็รู้สึก
ดีใจไปกับรัฐบาลลาวที่มีการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน และในระยะยาวแล้วลาวจะยืนบนเท้าตนเองอย่างยั่งยืนต่อไป ก็รู้สึกดีใจ และทำงานได้อย่างสนุก”
           และนี่คือประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หรือ สปป.ลาว “ขุมทรัพย์ใหม่แห่งเอเชีย” ที่รอคุณเข้าไปขุดค้น
          แล้วคุณล่ะ พร้อมหรือยัง!

 

จำนวนคนอ่าน 4331  คน

ความคิดเห็น

  • Jenay เขียน :

    Short, sweet, to the point, FRta-exEcEly as information should be! http://cxjiueihs.com [url=http://axywfojg.com]axywfojg[/url] [link=http://zbxlpqez.com]zbxlpqez[/link]

  • Luella เขียน :

    Yo, good looikn out! Gonna make it work now. http://nkkgbcepa.com [url=http://cyuuthna.com]cyuuthna[/url] [link=http://ttpzuvftx.com]ttpzuvftx[/link]

  • Isabelle เขียน :

    I know you like makeupforever but u reaaaallllyy should not use that it just clogs u up .. Why dont u try something like afrgcelowcosmetits or juice beauty even almay those lines are way better for acneprone skin!??? I use them .. Im not going to lie i like cargo blue ray pressed powder bc u look blue ray lol but again no bueno

  • wnchcxrq เขียน :

    Xi4UCw , [url=http://rdtawwskacuk.com/]rdtawwskacuk[/url], [link=http://iqooykowmuvi.com/]iqooykowmuvi[/link], http://nldnfhmoufka.com/

  • bnvtyicrev เขียน :

    naltrexone reviews for weight loss

    naltrexone reviews reddit
    cScgJZ , [url=http://enqzdkwrvmfb.com/]enqzdkwrvmfb[/url], [link=http://jvmukidixglp.com/]jvmukidixglp[/link], http://weudnouiydmb.com/

  • Trevion เขียน :

    Just what the doctor oreedrd, thankity you!

  • thaisilk99@hotmail.com เขียน :

    benadryl pregnancy sleep

    benadryl pregnancy congestion crossbordercapital.com
    IMPORTANT INF DON'T DELETE

แสดงความคิดเห็น

:: โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางโลกการค้าออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวด

พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ มีตัวหนังสืออยู่ในรูปภาพนี้